October 20, 2009

bact #5 IT

ขอกะเค้าด้วย #bts

&lt;p&gt;จะถ่ายกับพี่เคนก็ใช่ที่ ไม่รู้จะเอาไง เราก็ยืนเก้ ๆ กัง ๆ&lt;/p&gt; &lt;a href="http://www.flickr.com/photos/arthit/4028169999/" title="ผมไม่ใช่วิศวกรนะครับ by arthit, on Flickr"&gt;&lt;img src="http://farm3.static.flickr.com/2728/4028169999_8cfd16c3df.jpg" width="500" height="375" alt="ผมไม่ใช่วิศวกรนะครับ" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;p&gt;ในขณะนั้น คริส หอวัง ก็แอบมองเราอยู่ … เฮ้อ~&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;a href="http://rodfaifahmovie.com/"&gt;รถไฟฟ้ามาหานะเธอ&lt;/a&gt; สนุกดี ฉากเป็นการ์ตูนญี่ปุ่น และ GTH มีความสามารถในการ craft เอาสปอนเซอร์ทั้งหลายเข้าไปอยู่ในบทภาพยนตร์จริง ๆ &amp;mdash; นี่อาจจะเป็นแนวทางใหม่ของการทำภาพยนตร์ ก๊อปปี้ได้ไม่ว่า เพราะเอ็งก็ก๊อปโฆษณาไปด้วย สปอนเซอร์ดีใจ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;อ้อ ระบบรถไฟฟ้า &lt;a href="http://www.bts.co.th/"&gt;BTS&lt;/a&gt; ยังไม่มีสิ่งอำนวยสะดวกที่&lt;a href="http://www.oknation.net/blog/krisana/2007/09/17/entry-1"&gt;เพียงพอ&lt;/a&gt;สำหรับผู้พิการ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;จาก &lt;a href="http://www.tddf.or.th/tddf/topong/readart.php?id=00403"&gt;ห้องต่อพงษ์&lt;/a&gt; เว็บไซต์มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย:&lt;/p&gt; &lt;blockquote cite="http://www.tddf.or.th/tddf/topong/readart.php?id=00403"&gt; &lt;p&gt;รถไฟฟ้า BTS เริ่มต้นการก่อสร้างในปี พ.ศ. 2535 ในขณะนั้นกลุ่มคนพิการทราบว่าทั้ง 24 สถานีไม่มีลิฟต์หรือหนทางที่จะทำให้คนพิการเข้าใช้ได้เลย กลุ่มคนพิการได้เรียกร้องแต่ถูกเพิกเฉย ได้ชุมนุมประท้วงในปี พ.ศ. 2535 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัยนั้นได้รับปากที่จะดำเนินการติดตั้งลิฟต์ ให้แล้วก็เพิกเฉยอีกจนต้องมีการชุมนุมใหญ่ทั้งในปี พ.ศ. 2538 และ ปี พ.ศ. 2542 จนรัฐบาลยอมติดตั้งลิฟต์ 5 สถานี จาก 24 สถานี โดยระบุว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมภายหลัง นับเป็นเวลาสิบกว่าปีที่กลุ่มคนพิการได้ประสานกับกรุงเทพมหานครและบริษัทฯ มาโดยตลอด ทั้งสองหน่วยรับปากแต่ไม่มีการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ทำให้ต้องพึ่งบารมีศาลปกครองโดยการยื่นฟ้องดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การใช้ชีวิตในสังคมที่คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้ทั้งด้านเศรษฐกิจและอิสระภาพในการเดินทาง&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่ 22 กันยายน 2552 ศาลปกครอง&lt;a href="http://www.isnhotnews.com/general-news/2009/09/48701"&gt;ยกฟ้อง&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt; &amp;mdash; ผู้ว่าฯไม่ผิด และ บีทีเอสไม่ต้องสร้างลิฟต์&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ติดตามข่าวสารกลุ่มคนพิการ ในประเด็น universal access / freedom of movement ได้ที่:&lt;br /&gt; &lt;big&gt;&lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.noaccessnofreedom.com/"&gt;www.NoAccessNoFreedom.com&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/big&gt;&lt;/p&gt; &lt;div style="background: #ffcccc"&gt; &lt;center&gt;&lt;a href="http://ilaw.or.th/" title="ใคร ๆ ก็แก้กฎหมายได้"&gt;iLaw&lt;/a&gt; ที่เกี่ยวข้อง: &lt;a href="http://ilaw.or.th/node/154" title="การละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของคนพิการ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย"&gt;อาคารสาธารณะที่คนพิการใช้ไม่ได้ ผิดกฎหมาย&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://ilaw.or.th/node/155" title="แก้ผังเมืองทั่วประเทศ ให้มีมาตรฐาน"&gt;ทำทางเท้าให้คนพิการใช้ได้&lt;/a&gt;&lt;/center&gt;&lt;/div&gt; &lt;p&gt;&lt;small&gt;technorati tags: &lt;a href="http://technorati.com/tag/BTS" rel="tag"&gt;BTS&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/film" rel="tag"&gt;film&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/hack" rel="tag"&gt;hack&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/Bangkok+Traffic+Story" rel="tag"&gt;Bangkok Traffic Story&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/Bangkok+Traffic+Love+Story" rel="tag"&gt;Bangkok Traffic (Love) Story&lt;/a&gt; &lt;/small&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6296791-2535149215442405156?l=bact.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/bact/~4/4V_SHflKYF0" height="1" width="1"/&gt;</content>


October 19, 2009

tose #7 IE

ไม่เห็นตื่นเต้นเลย

ว่ามะ บางเรื่องก็ไม่หนุกเลย บางเรื่องก็ต้องรออีกนาน คิดได้ดังนั้นก็สนุกดีกว่า วันนี้มีเรื่องโฮสโตะ เมื่อวานมีโกกี้ แล้วก็เม้าเท่นแสปลช โผล่มาในทีวี แหวะๆ แล้วเมื่อวานก็ดูรูปตนเองเปนพันรูปในญี่ปุ่น แหวะๆ ก็แค่นั้นเสียเวลาสิ้นดี จะดูไปทำไม หิวข้าวจัง อยากกินแกงไตปลา อ้อ วันนี้นักมวยซาไกตายในญี่ปุ่น ส่วนบอลลูนก็ลวงโลกไปได้ จากนักล่าพายุ นักประดิษฐ์ก็กลายเป็นนักปูกระเบื้อง น่าเสียใจกะตะเองจินๆ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14537369-1218231166328061934?l=toastose.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content>


October 18, 2009

bact #5 IT

Thai laws and regulations on official document/information administration and archives

&lt;p&gt;กฎหมาย กฎกระทรวง และระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารของรัฐ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเก็บรักษาและการทำลายเอกสาร - เอกสารอิเล็กทรอนิกส์&lt;/p&gt; &lt;ul&gt; &lt;li&gt;&lt;a href="http://thainetizen.org/node/629"&gt;พระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540&lt;/a&gt;&lt;/li&gt; &lt;li&gt;&lt;a href="http://thainetizen.org/node/733"&gt;ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526&lt;/a&gt; &amp;mdash; มี หมวด 3 ว่าด้วย การเก็บรักษา ยืม และทำลายหนังสือ&lt;/li&gt; &lt;li&gt;&lt;a href="http://thainetizen.org/node/734"&gt;ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548&lt;/a&gt; &amp;mdash; แก้ไขเพิ่มเติมฉบับ พ.ศ. 2526 ที่สำคัญคือ:&lt;ul&gt; &lt;li&gt;เพิ่มนิยามคำว่า &lt;strong&gt;&lt;q&gt;อิเล็กทรอนิกส์&lt;/q&gt;&lt;/strong&gt; (การประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน และให้หมายความรวมถึงการประยุกต์ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทางแม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้วิธีต่าง ๆ เช่นว่านั้น) และ &lt;strong&gt;&lt;q&gt;ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์&lt;/q&gt;&lt;/strong&gt; (การรับส่งข้อมูลข่าวสารหรือหนังสือผ่านระบบสื่อสารด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์)&lt;/li&gt; &lt;li&gt;ลดอายุเอกสารก่อนที่จะให้ส่วนราชการส่งหนังสือเข้าหอจดหมายเหตุ จากเดิม 25 ปี เหลือ 20 ปี (=จัดส่งเข้าหอฯเร็วขึ้น)&lt;/li&gt; &lt;/ul&gt;&lt;/li&gt; &lt;li&gt;ระเบียบสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551&lt;/li&gt; &lt;li&gt;&lt;a href="http://thainetizen.org/node/704"&gt;(ร่าง) พระราชบัญญัติ จดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. ....&lt;/a&gt; &amp;mdash; มีเรื่องการบริหารจัดการเอกสารราชการ ในส่วนนิยาม ให้ความหมาย &lt;strong&gt;&lt;q&gt;เอกสาร&lt;/q&gt;&lt;/strong&gt; ไว้ว่า &lt;q&gt;กระดาษหรือวัตถุอื่นใดซึ่งได้ทำให้ปรากฏความหมายด้วยตัวอักษร ตัวเลข ภาพ แสง เสียง ผังหรือแผนแบบอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นโดยวิธีเขียน วาด พิมพ์ ถ่ายภาพ บันทึก วิธีทาง&lt;strong&gt;&lt;em&gt;อิเล็กทรอนิกส์&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt;หรือวิธีอื่นใดอันเป็นหลักฐานแห่งความหมายนั้น&lt;/q&gt;&lt;/li&gt; &lt;/ul&gt; &lt;p&gt;ความสำคัญของระเบียบระดับกระทรวงต่าง ๆ และ พ.ร.บ.จดหมายเหตุ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของรัฐ ก็คือ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ นั้นระบุให้ประชาชนมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ แต่จะเข้าถึงได้ ก็ต้องเก็บรักษาเอาไว้ในสภาพที่เอามาใช้ได้ และไม่ถูกทำลายไปเสียก่อน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ อีเมล แฟ้มข้อมูลต่าง ๆ สูญหายได้ง่ายมาก ทั้งจากอุบัติเหตุ ความเผลอเรอ หรือความตั้งใจ ยิ่งเราจะไปสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ จัดซื้อจัดจ้างระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประมูลระบบอิเล็กทรอนิกส์ เลือกต้ังด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับการเก็บรักษาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น โดยเฉพาะเพื่อการตรวจสอบกิจการต่าง ๆ และเพื่อการศึกษา ในฐานะเอกสารทางประวัติศาสตร์&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูลจาก &lt;a href="http://thainetizen.org/archive" title="Thai Netizen Network"&gt;คลังเอกสาร เครือข่ายพลเมืองเน็ต&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;แถม: ระหว่างกระโดดไปกระโดดมา ตามหน้าเน็ต ก็เจออันนี้ เผื่อใครจะได้ใช้: &lt;a href="http://www.opm.go.th/opmdoccenter/home/asp/isearch/isengine.asp"&gt;บริการค้นหาข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;a href="http://ilaw.or.th/node/191" title="เสนอกฎหมายของคุณเอง!"&gt;iLaw ที่อาจจะเกี่ยวข้อง&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt; (ยังงง ๆ อยู่ ไอเดียรวม ๆ คือ อยากให้มีแบบ Presidential Records Act)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;small&gt;technorati tags: &lt;a href="http://technorati.com/tag/open+government+data" rel="tag"&gt;open government data&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/Thailand" rel="tag"&gt;Thailand&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/documentary+administration" rel="tag"&gt;documentary administration&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/national+archives" rel="tag"&gt;national archives&lt;/a&gt; &lt;/small&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6296791-5931636466356428408?l=bact.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/bact/~4/bABeAafTefA" height="1" width="1"/&gt;</content>


there is no longer siit.net. we now only have not.siit.net.

&lt;p&gt;&lt;q&gt;the old siit.net is dead. long live not.siit.net!&lt;/q&gt;&lt;/p&gt; &lt;ul&gt; &lt;li&gt;home: &lt;a href="http://not.siit.net/"&gt;http://not.siit.net&lt;/a&gt;&lt;/li&gt; &lt;li&gt;webboard: &lt;a href="http://not.siit.net/webboard/"&gt;http://not.siit.net/webboard&lt;/a&gt;&lt;/li&gt; &lt;li&gt;twitter: &lt;a href="http://twitter.com/notsiit"&gt;@notsiit&lt;/a&gt;&lt;/li&gt; &lt;li&gt;facebook: &lt;a href="http://www.facebook.com/pages/notsiitnet/155526439266" title="not.siit.net on Facebook"&gt;not.siit.net&lt;/a&gt;&lt;/li&gt; &lt;/ul&gt; &lt;p&gt;what is not.siit.net? from its &lt;a href="http://not.siit.net/about/" title="about not.siit.net"&gt;about&lt;/a&gt; page:&lt;/p&gt; &lt;blockquote cite="http://not.siit.net/about/"&gt; &lt;p&gt;&lt;em&gt;if you are by chance landed here expecting to found a homepage of an institute of technology, perhaps called Sirindhorn International Institute of Technology or SIIT. this is a wrong place. your search engine happens to not so smart. for SIIT hompage, go &lt;a href="http://www.siit.tu.ac.th/" title="Sirindhorn International Institute of Technology"&gt;http://www.siit.tu.ac.th&lt;/a&gt;. bon voyage.&lt;/em&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;this not.siit.net (and not siit.net), is a web space for people who happens in some point of their life associated more or less with an technological institute in Thammasat University, being friends of those, or have some relationship somehow. love story.&lt;/p&gt; &lt;p&gt;as the world is moving by people who tirelessly rejecting the establishments. major breakthrough or paradigm shift is by definition the finding of the unexpected or &lt;a href="http://unintendeduse.blogspot.com/" title="The art of using things differently"&gt;unintended uses&lt;/a&gt; of the very existing things. this space is yours. use it. hack it. creatively abuse it. and eventually reject it, ultimately. there's no valid reason for this place to be here, as it currently is, forever.&lt;/p&gt; &lt;p&gt;bliss.&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt; &lt;p&gt;&lt;small&gt;technorati tags: &lt;a href="http://technorati.com/tag/notsiit" rel="tag"&gt;notsiit&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/siit.net" rel="tag"&gt;siit.net&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/webboard" rel="tag"&gt;webboard&lt;/a&gt; &lt;/small&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6296791-1458116217805216608?l=bact.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/bact/~4/uAJGbyMdq5I" height="1" width="1"/&gt;</content>


October 15, 2009

tose #7 IE

จามีความสุขไปไหน

จามีความสุขไปไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2:47:59 AM&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2:48:03 AM&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้มีความสุขสุดชีวิตกันเลยทีเดียว ตะกี๊ไปกินโกบู้กลับมาดูเบเวอลี่ฮิว ตอนเย็นๆไปว่ายน้ำหน้าหมู่บ้าน สุขีสุขังสุดๆ มีเพื่อนมัธยมตัวนึงอยากนัดกูจ๊างงงงเลย วันนี้ก็ส่งsmsมาก็เลยต้องออกไป ตอนแรกนึกว่านัดกันเล็กๆ ๒ ๓ คน ปรากฏว่ามากันตั้งชาย๖หญิง๓ ตอนแรกก็กะว่าจะไม่ไปเพราะรู้สึกงานเยอะ(คิดไปเอง) แต่ก็ออกไป ก็หนุกดี พอรวมตัวๆกันเยอะๆก็หนุกเป็นปกติ นั่งๆมองหน้าไปทั้งกลุ่มแล้วก็เห็นว่ามีแต่แฟนสมัยมัธยมเท่านั้นที่หายไป วันนี้ก็มากันครบหน้า ก็เจอกันที่เดิมบึงตกปลาที่ใหญ่ที่สุดใน กทม บรรยากาศดีเสมอ สมัยก่อนพวกเรามากันบ่อยๆ มากินเหล้าที่นี่คงหลายร้อยหนแล้ว ไม่มีใครตกปลาหรอก แต่ชอบมากินเหล้ากัน ตอนนี้ก็๓๐ไปแล้ว๒คน ที่เหลือก็๒๙ จะว่าไปก็ยังเหนียวแน่นกันดี มีเรื่องคุยกันว่า ใครไม่ปกติที่สุดในกลุ่ม อีเพื่อนสนิทก็บอกว่า “เรา” เราก็ไม่รู้จะเห็นด้วยดีหรือไม่ เพราะแต่ละตัวก็เพี้ยนกันมากๆ คือเป็นกลุ่มที่เพี้ยนๆกันทุกคน เราว่าพวกแม่งเพี้ยนกว่ากูอีก พอโตกันมาแต่ละคนก็จะมีเพื่อนมหาลัย เพื่อนที่ทำงานเพื่อนต่างประเทศอะไรเยอะแยะ เวลาใครผ่านไปผ่านมาในกลุ่มก็ติดใจกันทุกคนเพราะเป็นกลุ่มที่ฮากันสุดๆ (หล่อด้วย)(ฮา) เราบอกไปว่าเหี้ยนุ่นเพี้ยนสุด ไม่เห็นมีใครเห็นด้วยเลย ฮ่าๆๆ มีคนถามถึงเรื่องหนีผีเมื่อซัก๑๐ปีก่อน สมัยนั้นใครๆก็ชอบไปบ้านผีกัน เรื่องแปลกคือ บ้านผีวัชรพลปัจจุบันจากที่ดินทุ่งหญ้ารกร้างว่างเปล่ากลายเป็นหมู่บ้านจัดสรรหลายพันหลัง ผีคงกระเจิงกันหมด ไอ้ตัวแกล้งเราบอกว่า ก้อเห็นเราอยู่บ้านไทยมา ก็ไม่น่าจะกลัวผี เราบอกว่าทุกคนกลัวผีหมดแหละ กลัวมากกลัวน้อยต่างกันแค่นั้นเอง ซึ่งจะว่าไปไอ้เรือนไทยก็พึ่งสร้างตอนเราเกิน๑๐ขวบนี่นา มันก็ไม่เห็นจะเก่าตรงไหนเลย และใครกันวะบอกว่าบ้านไทยต้องมีผี ไอ้บ้านที่เก่ากว่านั้นอีกหลังนึงดูหน้าตาสมัยใหม่นั่นเก่ากว่าอีก แต่เป็นทรงหน้าตาเหมือนบ้านปัจจุบันมั้ง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอาเป็นว่าความสุขคนเรานั้นมีไม่กี่รูปแบบหรอก เมื่อวานก็มีความสุขน้องลาออกจากงานที่ทำปัจจุบันแล้ว กลางเดือนหน้าได้งานใหม่ งานดีดี บริษัทเพื่อนสนิทพ่อเราเอง แฮปปี้กันไปทั้งครอบครัว บริษัทดีมั่นคงเพราะเป็นกลุ่มธุรกิจใหญ่ของไทย แต่เงินน้อยกว่าที่เก่า แต่งานที่เก่าค่อนข้างแย่ แต่ทำไปเถอะ ทำไปจนตายก็ได้ ทำไปซักพักก็ต้องเหมือนเด็กๆจบBBAทั่วไปที่ต้องไปต่อMBA เมื่อวานก้อเลยไปฉลองกัน ก็รูปแบบปกติ ไปกินข้าวดูหนังกันสามคนแม่ลูก แต่หนังตลกที่สุดในชีวิตเรื่องนึงเลย The ugly truth ขำสุดตีน แต่ต้องฟังแสลงออกซักหน่อยจะมันมาก กินร้านซุคิชิ กินกันสามคนพันสาม ที่สำคัญไม่อร่อยเลย แหะแหะ เสียดายเงินจัง ไปกินโคขุนโพนยางคำซอยนวลจันทร์ปิ้งย่างเหมือนกันอร่อยเหนือชั้นกว่าเยอะ กลับบ้านมาตอนกลางคืน มีหนังOnly you on HBO เราดูอยู่ น้องโผล่มาถามว่า นี่โอนลี่ยูหรือเปล่า เราบอก”ใช่” มันบอกว่า “จำได้เคยไปดูกะแม่กะพี่ทศ” เราก็งงๆ จำได้ขนาดนั้นเลยหรือวะ มันบอกว่าก็หนังมันดี ใช่หนังสวย แต่ตอนนั้นน้องก็เด็กมากๆเลยจำได้ไงวะ เวนิซสวย แต่เราพูดมานานแล้วว่าอยากพาแม่และน้องไป โตเกียวดิสนี่ย์ซี จำลองเวนิซมาสวยมากๆ ดิสนี่ย์แลนด์งั้นๆแหละ ดิสนี่ย์ซีให้ไปอีกกี่รอบก็ไปได้ เราชอบมากๆ ตอนพาพ่อไปกะนุ้ยก็มีความสุขกันหมด แต่ที่เราจำได้ว่ามีความสุขก็คือไปกะทรายตอนนั้นเข้าฟรีด้วย รู้สึกเหมือนเด็กๆ หนุกดี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความสุขคนเรามันก็เรื่องง่ายๆ เราจะนั่งอยู่บึงตกปลาหรือจะไปบึงที่มีการแสดงสวยๆมิกกี้เม้าก็มีความสุขไม่ต่างระดับกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นึกไปถึงสมัยไปตรังกะรุ่นน้องมหาลัยสนิทกัน ก็คุยกันว่าจะอยู่บนเกาะปอบ้านชาวบ้าน หรืออยู่โรงแรมชั้น๑ความสุขก็ไม่ต่างกันเลยจริงๆ ความสุขก็คือความสุขไม่จำเป็นต้องกำหนดด้วยเงินตราหรือความแพงใดๆทั้งสิ้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีก๒วันไปเที่ยวเขาใหญ่กะเดอะแก๊ง คงหัวเราะกันตายห่าไปข้างนึงแน่ๆเลย แค่คิดก็มีความสุขแล้ว แก๊งเราไม่ได้ไปต่างจังหวัดร่วมกันมาจะ๒ปีแล้วเนอะ แต่จะว่าไปก็ไปไหนมาไหนกันมาเยอะมากๆทีเดียว ขึ้นเหนือล่องใต้ไปกันสารพัดที่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงๆแอบงอนยายด้วยเมื่อวานตกลงกันยายกะหลานว่าจะไปดูแพนด้ากันสามคน คุณยายหลานชายหลานสาว และถือโอกาสไปดูที่ที่ยายซื้อไว้ตั้งแต่สมัยรับราชการแถวๆนั้นด้วย ป่านนี้คงเป็นเมืองไปหมดแล้ว ยายเคยเป็นผอโรงเรียนสตรีใหญ่สุดในลำพูน วันนี้ยายบอกไปไม่ไหวแล้ว ว้าแย่จัง ยายก็แค่๘๐กว่าๆเอง ทำเป็นใจเสาะไปได้ ไอ้น้องเราก็ไม่ช่วยพูดกันเล้ยยย ทั้งๆที่เมื่อวานนั่งแพลนกะน้องตั้งนานว่าจะไปแวะไหนบ้าง แต่ยายแข็งแรงมากๆ ก็ยังขยันปลูกต้นไม้รดน้ำพรวนดินอยู่จะแก่ได้ไงเน้ออออ อยากให้ยายอยู่ด้วยกันไปนานๆจัง จะได้ทะเลาะกันไปอีกนานๆ ฮ่าๆๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล.ตะกี๊เช็คเมล น้ำฝนบอกว่า นางเอกหนัง The ugly truth เป็นลูกค้าประจำร้านอาหารไทยในLA ที่เขาทำอยู่ ถามมาว่าอิจฉาป่าว จะฮาไหมนี่ ถ้าเราจะตอบกลับไปว่า เจอเพื่อนมัธยมหลายคนวันนี้ใครจะอิจฉาใครกันแน่ น้ำฝนเป็นเพื่อนที่สวยที่สุดในชีวิตแล้ว ทุกวันนี้เรายังคิดแบบนั้นอยู่ (น้ำฝนนี่ชื่อจริงนะไม่ใช่ชื่อเล่น ทศก็ชื่อจริงนะ ไม่ใช่ชื่อเล่น) เออ ถ้าเราพิมพ์ไว้ว่า น้ำฝน โฆษิตานนท์ จะมีวันนึงที่เขาgoogleชื่อตนเองมาเจอบล๊อกเราไหมนี่ ฮึ คิดถึงนะจ๊ะ อีก๑๐วันน้ำฝนก็๓๐แล้วน้า ก็คงยังสวยเหมือนที่เราเห็นครั้งแรกตอนมอหนึ่งใช่ไหม โห ตอนนั้นอายุ๑๒นี่นา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14537369-634018810066252258?l=toastose.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content>


October 11, 2009

tose #7 IE

El CANTENTE

El CANTENTE&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Thursday, October 08, 2009&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2:15:19 AM&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้เบื๊อเบื่อทั้งวันเลย แต่เมื่อคืนไปลั้นลามาสุดสุด ครั้งแรกในรอบ๘ปีได้ที่มีอะไรเกิดขึ้นในเรื่องที่เคยชินแล้ววันนึงก็ไม่เคยชิน กรี๊ดๆๆ ส่วนวันนี้ตื่นมาก็ทำdetoxสวนกาแฟครั้งแรกในรอบ๓ปี แทบลืมไปแล้วว่าความรู้สึกเป็นไง ทั้งๆที่แต่ก่อนทำบ่อยๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ดูหนังเรื่อง El CANTENTEหนุกดี ทางHBO เป็นชื่อเพลงที่แปลว่านักร้องเสียงทองส่วนเนื้อเพลงก็สะท้อนชีวิตผู้ร้อง หนังก้อคล้ายๆกับเรื่อง Walk the line ที่พระเอกได้ออสก้าร์ซักสี่ปีก่อน ก็คืออัตชีวประวัติของนักร้องชื่อดังแห่งยุค นักร้องเรื่องนี้คือ Hector Lavo นำแสดงโดยมาร์คแอนโธนี่และเจนนิเฟอร์โลเปซ และที่แปลกคือหน้าตาเหมือนHector และ ภรรยาตัวจริงเลย เป็นหนังที่นำเสนอเรื่องต้นกำเนิดเพลงจังหวะ Salsa เพลงพวกนี้สนุกและทรงพลังในการแสดงสด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(อ้อ เมื่อวานไปกินข้าวที่ร้านนิวไล้ท์ และ ดูหนังที่สกาล่าเรื่อง The time traveler’s wife) (นี่ยุคไหนกันนี่)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(หนังไม่หนุกจึงไม่ต้องเขียนถึงแต่เรามีนิยายเรื่องนี้อยู่บนชั้นหนังสือภาษาอังกฤษ) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่จริงๆแล้วเราก็ไม่รู้ว่าเต้นรำแบบซัลซ่าเป็นยังไงคงต้องให้พ่อเต้นให้ดู แต่ก่อนสมัยหนุ่มๆพ่อบอกว่าพ่อไปเต้นระบำที่สตาร์ดัสท์เกือบทุกคืน ก็เป็นคลับสมัยนู้นนนนน่ะละ อยู่แถวๆเซ็นทั่นเวิวในปัจจุบัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่เคยเล่าให้ฟังว่าพ่อชอบไปเรียนไปสอนไปเป็นคู่เต้นรำที่บ้านป้าพิมพ์ ป้าพิมพ์เป็นญาติที่เราเจอบ่อยที่สุด เพราะมาหายายเราบ่อยและแต่ก่อนตอนอยู่บ้านเดิมเราก็ไปหาบ่อย แต่หลังๆนี้หายไป ชีวิตป้าพิมพ์นี่เหมือนละคร หนุกดี แต่อย่าให้เล่าเลยรันทดเกินไป เราเห็นป้าพิมพ์ร้องไห้มาทั้งชีวิตเรา แต่เห็นมาทั้งชีวิตก็ไม่เคยจะรู้เลยด้วยซ้ำว่าชื่อจริงนามสกุลจริงอะไร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่พึ่งบอกว่า สมัยก่อนแต่งงานป้าพิมพ์แกเรียนเก่ง (อ้อ พึ่งรู้ว่า แกสกุลดังมากๆ คือ ป้าพิมพ์ วัชราภัย) ตอนวันที่เรารู้เราบอกแม่ว่า เราพึ่งไปงานศพป้าอีกคนมาเอง ชีวิตคนเราสั้นนัก ไปงานศพ ป้าจิ๋วมา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลูกสาวป้าจิ๋วแกเคยเซิ้ดมาเจอบล๊อกเรา (คุณ อาภรณ์ ชุณหะวัต ตายเมื่อเดือนที่แล้ว พ่อเราสะเทือนใจมากๆ) ป้าจิ๋วเลี้ยงพ่อมา ม่านที่บ้านเราป้าจิ๋วก็เย็บเองกับมือ ม่านสีเขียวๆอายุ๓๒ปีเท่าอายุบ้านก็ยังใช้อยู่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตนักร้องนำในเรื่อง ก้อเหมือนนักร้องในยุค๗๐ทุกคน คือ ชีวิตหมกมุ่นอยู่กับยาเสพติดและsexกับคนแปลกหน้า มีชีวิตครอบครัวที่ล้มเหลว แต่ที่โหดร้ายมากๆสำหรับเมียคือ ลูกตายตั้งแต่วัยรุ่นและผัวกระโดดตึกฆ่าตัวตายตามมา แต่อนิจจาต้องใช้กรรม ตกมาบนคอมเพรสเซอร์แอร์และกระเด้งลงมา ก็เลยนอนพะงาบๆอยู่อีก๕ปีกว่าจะตายด้วยโรคเอดส์ (จากการใช้เข็มร่วมกับใครไม่รู้) ส่วนเมียนั้นไม่กี่ปีก็ประสบอุบัติเหตุตายตามมา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว พ่อเราเองก็มีปมชีวิตแปลกๆคือ พ่อเขาโดนฆาตกรรมและแม่เขาก็โดนฆาตกรรม และเมื่อ๒เดือนที่แล้วก็พึ่งตกหลังคาโรงรถลงมา ยังโชคดีที่ไม่ต้องนอนพะงาบๆนานนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมียบอกผัวตอนรุ่งเรืองว่า “ยิ่งเธอโด่งดัง ชีวิตส่วนตัวเธอยิ่งตกต่ำ” เห็นจะเป็นความจริงของชีวิตนักร้องซุปเปอร์สตาร์ คนเราเสพติดได้หลายอย่าง พวกนักร้องมักเสพติดเวทีและการเป็นที่ต้องสนใจเสมอ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จำได้ว่าในหนัง ฝันหวานอายจูบ ก็มีฉากนึงที่เด็กๆนักร้องวงออกั๊ดก็โด่งดังแล้วบุคลิกก็เปลี่ยนไปจนพ่อแม่รับไม่ได้ ของพวกนี้เป็นข้อเสียที่มาเป็นกระเช้าปีใหม่ คือ เหล้ามาพร้อมผลไม้ ยาพิษมาพร้อมอาหารที่ทรงคุณประโยชน์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชื่อเสียงเกียรติยศเงินทองอำนาจวาสนาของผู้คนที่ประสบความสำเร็จมักนำพามาซึ่งความหยิ่งผยอง และในหลักศาสนาคริสต์ บาปที่อันตรายที่สุดใน๗บาปsก็คือ ความหยิ่งผยองนี่ล่ะ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โอหังอีโก้ทั้งหลายก็ต้องมาเป็นปกติ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันก่อนอ่านในเวบนึงเขาบอกว่า คนเราถ้ายึดติดกับชื่อเสียงความร่ำรวยของวงศ์ตระกูลในอดีตแล้วไม่ทำอะไรให้งอกเงยขึ้นมาในยุคของตนเองแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรจากหัวเผือกหัวมัน ที่เป็นดั่งทรัพย์ในดิน ส่วนเหนือดินนั้นก็มีแค่ใบและต้นเล็กๆ หาได้มีประโยชน์อันใดไม่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ฟิตร่างกายขึ้นมาอีกนิด อยากรู้ว่าตนเองจะไปแข่งกรุงเทพมาราธอนสิ้นเดือนหน้าไหวมั้ย วันนี้ไปว่ายน้ำหน้าหมู่บ้านมา๒ชั่วโมง ซ้อมเดินอีก๒ชั่วโมง เดินๆวิ่งๆ เฉลี่ยๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันก่อนเคยลองจับเวลาดู ๘๘นาทีเดินได้๘.๘กิโลเมตร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็สงสัยมากๆว่าจะไหวเร้อ แต่ต้องลองฟิตดู งานหนักอยู่ข้างหน้า ฟิตร่างกายเตรียมทำงานใหญ่ วิธีทำงานใหญ่เราใช้วิธีแบบTraditional มากๆ คือ walking around Management คือ เล่าไงดีวิธีบริหารและแก้ไขปัญหาองค์กรเดี๋ยวนี้มันมีมากมายวิธี reengineering (ถอนรากถอนโคน) benchmarking (การเปรียบประยุกต์เพื่อความเป็นเลิศ) Downsizing (ลดขนาด) และอะไรต่างๆนานาที่พูดไปจะเวียนหัวเปล่าๆ แต่เราชอบวิธีเดิมๆ เดินๆพูดคุยๆถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ส่วนเทคนอลอจี้ด้านการบริหารต่างๆนั้น ไว้วิเคราะห์ก็พอ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาที่มาราตอนดีกว่า ตอนอยู่โตเกียวมีเพื่อนสนิทมักคุ้นกันดีชื่อ Gerard เป็นชาวออสซี่ แม่งฟิตมากๆ แม่งไปแข่งโตเกียวมาราตอนด้วย ตอนนั้นปี๒๐๐๗ เราก็กะว่าซักโตเกียว๒๐๐๙ เราก็อยากไปแข่งด้วย แต่ก็ดั๊นพลิกโผกลับมาอยู่กรุงเทพซะได้ ตอนนั้นร่างกายฟิตมากๆ แบบเดินเข้าเส้นชัยได้แน่ๆ มั่นใจสุดๆ คือไงดี ไอ้ระยะ๔๒โลเนี่ย สถิติวิ่งกัน๔ชั่วโมงกว่าๆ เราไม่มีทางทำได้แน่ๆ แต่ถ้าเดินซัก๘ชั่วโมงเราว่าเราไหว (ในปีนั้น) แต่ตอนนี้ดิ สงสัยเหลือเกินว่าจะไหวหรอวะ แต่ก้อต้องลองดูซักตั้ง แต่กรุงเทพแดดร้อนชิบหาย กูจะเป็นลมไหมนี่ อาจจะเป็นลมไปตั้งแต่๒ชั่วโมงแรกก็ได้ ใครจะรู้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จำไม่ได้แล้วว่าตำนานมาราธอนเป็นยังไง แต่คุ้นๆว่าเคยอ่านเจอและเล่าให้กุ้งฟัง จำได้ว่าต้องเป็นสมัยกรีกและเกี่ยวกับสงครามและต้องมีการส่งสาสน์การรบ แต่จำไม่ได้แล้วว่าคือชื่อเมืองหรือว่าชื่อคนส่งสาสน์ที่วิ่งไปกลับได้เร็วสุดๆ และ ก็กลายเป็นคำเรียกการวิ่งแบบนี้ว่ามาราธอน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และมันเป็นกีฬาที่เสมอภาคมากๆ ทำให้กีฬาเหรียญสุดท้ายในโอลิมปิคก็คือวิ่งมาราธอนนั่นเอง ทุกชาติจะได้มีสิทธิ์ร่วมลุ้นไปด้วย ก่อนมีพิธีปิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีอีกอย่างนึงที่รู้สึกว่าชีวิตนี้อยากทำแต่ไม่รู้ว่าจะไหวมั๊ย ก็คือ เข้าร่วมแข่งขันไตรกีฬา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุดประสงค์คือเข้าเส้นชัยเท่านั้นไม่ปรารถนาชัยชนะใดๆทั้งสิ้น คือไงดี ตอนมัธยมเราก้อขี่จักรยานไปเรียนทุกวัน พออยู่หอที่มธรังสิตก้อยังขี่อยู่ทุกวัน ไปอยู่โตเกียวก็ขี่ทุกวัน จักรยานกับเราเป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันมาแต่เด็ก ยิ่งตอนมัธยมไปกลับนี่ขี่วันร่วมๆชั่วโมง แต่ว่ายน้ำซิไม่รู้ไหวป่าว วิ่งไม่ต้องวิ่งหรอกเดินเร็วๆเอาดีกว่า แต่ของพวกนี้เราชอบเพราะมันเหมือนได้แข่งกับตนเองมากกว่าแข่งกับผู้อื่น แต่ไม่คิดมากขอลองที่มาราธอนก่อน แต่จริงๆควรเริ่มที่มินิมาราธอนก่อน ฮาลฟ์มาราธอนตามมา แต่ก็ไม่รู้ว่าไปแข่งที่ไหนได้ พอดีข่าวกรุงเทพมาราธอนโผล่มาเข้าตาพอดีก็เลยอยากลอง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การพัฒนาศักยภาพของตนเองนั้นก็คือการเอาชนะตนเองน่ะแหละ มองให้เป็นเรื่องเดียวกันก้อเป็นเรื่องเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่พูดนี่ก็ไม่ได้ดูสังขารตนเองเล้ยยยย พุงก็มี แต่ก้ออยากทำ คือไงดี อายุยังไม่๓๐เลย น่าจะควรทำ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะถ้า๔๐แล้วอยากทำคงทำไม่ได้อย่างแน่นอน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีวันนึงน่าจะหลายปีแล้วดูในทีวี มีหลานอาจารย์คุณชายคึกฤทธิ์ท่านนึงเขาดูแมนมากๆ แต่ก็ไงดีดูตัวดำๆไม่ดูเป็นผู้ดีราชสกุลนัก เราก็ดูไปเรื่อยๆ แล้วเขาก้อไปถ่ายบ้านมาแล้วเขาก็ให้ดูถ้วยรางวัลพวกแข่งไตรกีฬา แข่งมาตั้งแต่เรียนหนังสืออยู่เมืองนอก เราก็ โอ้โห มิน่าตัวดำปี๋เลย แต่ก็ดูดีดูแมนดี เราชอบ เราว่าไอ้ความแมนแบบนี้มันเท่ห์กว่าการเกิดมาเป็นราชสกุลเสียอีก แต่ก็นั่นแหละ การเกิดมาในวงศ์ตระกูลที่มีชื่อเสียงนั้น ก็เป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์ตนเองให้เจ๋งเทียบเท่าบรรพบุรุษ ไอ้การเอาชนะตนเองมันก็ทำให้ตนภูมิใจได้ในระดับหนึ่ง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จบค่า&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14537369-6628575889417357335?l=toastose.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content>


bact #5 IT

ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์: พิทักษ์สิทธิตัว มั่วสิทธิคนอื่น?

&lt;p&gt;&lt;em&gt;เพิ่มเติม: 2009.10.12&lt;/em&gt; - เสียงในอินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับเรื่องนี้ จากพันทิป.คอม และ ทวิตภพ (ล่างสุด)&lt;br /&gt; &lt;a href="http://www.flickr.com/photos/arthit/4002902881/" title="ไม่ใช่หน้าที่นสพ. by arthit, on Flickr"&gt;&lt;img src="http://farm4.static.flickr.com/3482/4002902881_23db9b3ac1.jpg" width="500" height="245" alt="ไม่ใช่หน้าที่นสพ." /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;หลังจากสื่อหลักรวมตัวจัดตั้ง &lt;q&gt;ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์&lt;/q&gt; กันไป (ข่าว: &lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/09/25962" title="สื่อหลักตั้ง "ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์" จี้เคารพสิทธิงานสร้างสรรค์"&gt;ประชาไท&lt;/a&gt; &lt;a href="http://www.thaipost.net/news/011009/11565" title="ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์แจ้งเกิด"&gt;ไทยโพสต์&lt;/a&gt; &lt;a href="http://www.thairath.co.th/content/tech/35229" title="เว็บข่าวดัง ผนึกกำลัง ตั้งชมรมออนไลน์"&gt;ไทยรัฐออนไลน์&lt;/a&gt;) เนื่องจากต้องการรวมตัวกันรักษาสิทธิของตัว ในเรื่องการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะจากเว็บท่า (portal site) ทั้งหลาย ที่คัดลอกเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฟรี ๆ แถมตัดราคาโฆษณาแข่งกับเว็บไซต์หนังสือพิมพ์อีก&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ผมสนับสนุนการปกป้องสิทธิของตัวเอง ของบรรดาสมาชิกชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ผู้สร้างสรรค์ผลงานควรมีสิทธิในงานของตัว ในส่วนที่เขาได้สร้างสรรค์เพิ่มเติมขึ้นมา&lt;/p&gt; &lt;p&gt;อันที่จริง บล็อกเกอร์ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต่าง ๆ ก็ถูกทั้งเว็บท่าและเว็บไซต์ของสื่อเอง ละเมิดลิขสิทธิ์อยู่เรื่อย ๆ มาโดยตลอดเช่นกัน (&lt;a href="http://www.vinegargirl.com/2007/05/15/announcement-from-vinegargirl/" title="จากใจ Vinegargirl"&gt;ตัวอย่างเว็บท่า1&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://sdbrns.exteen.com/20080710/kapook-com" title="เมื่อภาพที่คุณถ่ายถูกขโมยไปใช้บนKapook.com"&gt;ตัวอย่างเว็บท่า2&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2008/09/A7000472/A7000472.html" title="เซ็ง ......... สยามดาราเอารูปเราไปใช้ค่ะ"&gt;ตัวอย่างสื่อ1&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://overconda.multiply.com/journal/item/14" title="Manager ขโมยรูปถ่ายผมไปลงในข่าว แล้ว Retouch เอาเครดิตออก"&gt;ตัวอย่างสื่อ2&lt;/a&gt;) เพียงแต่ส่วนใหญ่ไม่มีกำลังจะไปเรียกร้องอะไรได้มากนัก โดยไม่กระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวันเขาพวกเขา นาน ๆ จะมีฮึดอย่าง &lt;a href="http://twitter.com/iannnnn" title="ไอ้แอนนนนน"&gt;@iannnn&lt;/a&gt; บ้าง (&lt;a href="http://iannnnn.com/2008/574" title="เมื่อผมบุก kapook.com! (ภาคแรก)"&gt;ภาคแรก&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://iannnnn.com/2008/575" title="เมื่อผมบุก kapook.com! (ภาคสอง)"&gt;สอง&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://iannnnn.com/2008/576" title="เมื่อผมบุก kapook.com! (ภาคจบ)"&gt;สาม&lt;/a&gt;) แต่ก็เห็นได้ว่า มันเหนื่อย ใช้เวลา และความพยายามมากมายแค่ไหน ก็เลยยังไม่ได้มีการรวมตัวอะไรเป็นเรื่องเป็นราวนัก เพื่อปกป้องสิทธิของกลุ่มตัวเอง ผมเลยมองว่า จริง ๆ การตั้ง &lt;q&gt;ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์&lt;/q&gt; ก็เป็นเรื่องที่ดี ชาวเน็ตจะได้ดูเป็นแบบอย่าง และตระหนักในสิทธิของตัว ลุกขึ้นมาจับมือกัน ช่วยกันปกป้องลิขสิทธิ์ของตัวเองบ้าง&lt;/p&gt; &lt;p&gt;แต่หลังจากประกาศ &lt;q&gt;ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์&lt;/q&gt; ไม่นาน วันนี้เว็บไซต์สื่อหลักแห่งหนึ่ง ก็ทำซะเอง :( &lt;a href="http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=Forums&amp;file=viewtopic&amp;t=3920" title="เอ้า เร่เข้ามา ... ดูกันหน่อยว่าภาพใครไปโผล่ใน นสพ.บ้าง"&gt;เอารูปถ่ายจำนวน 6 รูป&lt;/a&gt; ของสมาชิกเว็บไซต์รถไฟไทยดอทคอม &lt;a href="http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=Forums&amp;file=viewtopic&amp;t=3768" title="ประกาศลิขสิทธิ์ภายในเว็บไซต์รถไฟไทยดอทคอม"&gt;ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์&lt;/a&gt; ไปใช้ โดยไม่ได้ขออนุญาต &lt;a href="http://www.thairath.co.th/column/pol/page1scoop/38466" title="รฟท.หัวใจระทวย หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ - ข่าวไทยรัฐออนไลน์"&gt;แถมยังตัด (crop) เอาเครดิตในรูปทิ้ง แล้วใส่ลายน้ำชื่อหนังสือพิมพ์ของตัวเองเข้าไปในรูปด้วย&lt;/a&gt; ราวกับว่าเขาเป็นเจ้าของสิทธิ์ในรูป&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เข้าทำนอง พิทักษ์สิทธิตัว แต่มั่วสิทธิคนอื่นไหม แบบนี้?&lt;/p&gt; &lt;p&gt;การเคลื่อนไหวเรื่องลิขสิทธิ์ของ ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ จะไม่มีน้ำหนักเลย หากยังมีสมาชิกที่ละเมิดลิขสิทธิ์เสียเองแบบนี้อยู่ สมาชิกของชมรมฯ จำเป็นจะต้องดูแลตรวจสอบ กวดขันกันเองให้มาก ไม่ให้มีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นอีก ให้การเคารพทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นนั้นเป็นนโยบายสำคัญขององค์กรสื่อที่เป็นสมาชิก เมื่อกวาดบ้านตัวเองให้สะอาดเรียบร้อย การเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเองก็จะมีน้ำหนัก ไม่มีข้อครหา และได้รับการสนับสนุนจากชาวเน็ตครับ&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เอาใจช่วย :)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;(ต้นข่าวจากทวิตเตอร์ ขอบคุณ &lt;a href="http://twitter.com/AdmOd"&gt;@AdmOd&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;----&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;em&gt;เพิ่มเติม: 2009.10.12&lt;/em&gt; - &lt;a href="http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A8417403/A8417403.html" title="ถ้านสพ.เอาภาพคนอื่นไปใช้แล้วลงลายน้ำทับ ถือว่าทำได้ไม่ผิดใช่ไหมครับ? - หมอแมว"&gt;ชาวพันทิป.คอม ก็คุยเรื่องนี้&lt;/a&gt; เริ่มประเด็นโดย หมอแมว (&lt;a href="http://twitter.com/mor_maew"&gt;@mor_maew&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เขารำพึง หลังพบ &lt;a href="http://sitdh.tumblr.com/post/210615169"&gt;&lt;q&gt;คำตอบมาตรฐาน&lt;/q&gt;&lt;/a&gt; (ผมอ่านแล้วนึกถึงคำตอบจากบล็อกเกอร์ชื่อดังอีกราย ที่เขียนคู่มือทวิตเตอร์และหนังสือหลายเล่ม คำตอบของเขาต่อกรณี xxx ในตำนาน ก็ประมาณนี้ ให้โทรไปบอก-เงียบ ๆ อย่าเขียนลงเน็ต-กระโตกกระตาก &amp;mdash; ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้นะ แล้วมันก็มีที่มาที่ไป ไม่ใช่ไร้เหตุผล เพียงแต่ผมคิดว่า มันขาดเหตุผลของฝ่ายอื่นด้วย):&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;a href="http://twitter.com/mor_maew/status/4788666121" title=""&gt;@mor_maew&lt;/a&gt;: &lt;q&gt;คำพูดบางคำอย่าง &lt;q&gt;เลิกเอามือพิมพ์คีย์บอร์ด แล้วโทรมาแจ้ง&lt;/q&gt; กับ &lt;q&gt;ใส่เครดิตที่มาที่ไปแน่นอน หากตรวจสอบได้&lt;/q&gt; โอ้วเจ็บ&lt;/q&gt;&lt;br /&gt; &lt;a href="http://twitter.com/mor_maew/status/4788694990"&gt;@mor_maew&lt;/a&gt;: &lt;q&gt;สรุปแล้ว จับได้ก็ขอโทษ จับไม่ได้ก็หากินกันไปว่างั้น?&lt;/q&gt;&lt;br /&gt; &lt;a href="http://twitter.com/mor_maew/status/4788984675"&gt;@mor_maew&lt;/a&gt;: &lt;q&gt;ไม่ใช่หน้าที่นสพ.ในการตรวจสอบที่มาของภาพที่ลงหน้าหนึ่ง เป็นหน้าที่เจ้าของภาพที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่านั่นคือภาพของตน&lt;/q&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เสียงของหมอแมว ก็สะท้อนเสียงในใจของบล็อกเกอร์ธรรมดา ๆ คนนึงอย่างผมเช่นกัน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอขอบคุณ น้ำใจของ &lt;a href="http://twitter.com/evoflo"&gt;@evoflo&lt;/a&gt; ด้วย ที่ช่วยรับเป็นธุระ ทั้งที่ไม่ใช่ภาระงานของตัว จะแจ้งเรื่องให้ผู้เกี่ยวข้องภายในได้รับทราบและดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt; ---- &lt;p&gt;&lt;em&gt;(ว่าจะ quote ทวีต &lt;a href="http://twitter.com/AdmOd/status/4800755231"&gt;@AdmOd&lt;/a&gt; &lt;q&gt;รู้สึกเหมือน การขโมยทองเขามาใส่ พอเจ้าของมาทวงก็ให้คืนแล้วจบกันเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ผิด&lt;/q&gt; [protected tweet/ได้รับอนุญาตแล้ว] มาใส่ในที่เขียนข้างบนด้วย แต่รู้สึก เอ มันหมายถึงเรื่องอะไรหว่า ลายน้ำหนังสือพิมพ์ หรือว่า แหวนทองนายก ... เดี๋ยว งง ไม่เอาดีกว่า :p)&lt;/em&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;small&gt;technorati tags: &lt;a href="http://technorati.com/tag/newspaper" rel="tag"&gt;newspaper&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/copyright" rel="tag"&gt;copyright&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/copyright+infringement" rel="tag"&gt;copyright infringement&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/blogger+rights" rel="tag"&gt;blogger rights&lt;/a&gt;, &lt;/small&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6296791-8214618900584267980?l=bact.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/bact/~4/ODdLhrEp83w" height="1" width="1"/&gt;</content>


October 08, 2009

toey #8 IT

ma grandpa's digiclock

a quick play on a 133 year old song with my dear guitar, hope u enjoy it (or suffer .. perhaps -..-") &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object width="425" height="344"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/9MXosvVSWwM&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/9MXosvVSWwM&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;My grandfather's clock was too large for the shelf&lt;br /&gt;So it stood ninety years on the floor&lt;br /&gt;It was taller by half than the old man himself&lt;br /&gt;Though it weighed not a penny-weight more&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;It was bought on the morn of the day that he was born&lt;br /&gt;And was always his treasure and pride&lt;br /&gt;But it stopped short never to go again&lt;br /&gt;When the old man died&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;reference: &lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/My_Grandfather%27s_Clock" target=_blank&gt;http://en.wikipedia.org/wiki/My_Grandfather%27s_Clock&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9186192-3296428097251584255?l=weerat.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content>


October 07, 2009

tose #7 IE

รักแห่งสยามในฝันโคตรโคตร

รักแห่งสยามในฝันโคตรโคตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๐๒:๕๕:๕๙ น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รักแห่งสยามนั้นดูหนแรกเมื่อคืนในช่อง๑๑ ร้องไห้เป็นสายเลือด วันนี้ตื่นมาก็ออกไปดูฝันโคตรๆในโรง โอ้วมายก้อช ร้องไห้หนักกว่าเดิมอีก ปกติก็ร้องไห้ยากนะ ยิ่งเรื่องผู้หญิงนี่แทบไม่ร้องเลยด้วยซ้ำ จำได้ว่าร้องหนสุดท้ายก็ซักเดือน๑๐ปี๒๐๐๗ ซึ่งจะว่าไปผู้หญิงคนนั้นเราก็รักเขามาก ร้องไห้ให้แค่คืนเดียวก็นับว่าน้อยไป แต่เราว่าระดับความรักไม่เกี่ยวเกี่ยวกันที่ระดับความเมามากกว่า เมามากก็ร้องไห้เยอะ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้อ ปีที่แล้วดูหนังกะทิก็ร้องไห้ แต่โดยปกติก็ไม่ค่อยมีอารมณ์ของหนังเรื่องไหนนัก ก็เพราะมันไม่ตรงกับชีวิตเรานักหรอก แต่หนัง๒เรื่องนี้ทำเราหดหู่อยู่นาน คือไงดี ชีวิตจริงไม่ค่อยมีเรื่องเศร้า แต่เวลาดูหนังดูละครเวทีมันเศร้าไงไม่รู้ พิกล &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ที่นึกอยากเขียนไม่ใช่ไรหรอก นี่เป็นหนแรกในรอบล้านปีที่ไปดูหนังมาแล้วก็มาเซิ้ดดูว่าในพันทิบเขาพูดว่าไงบ้าง แปลกนะ หนังไทยที่ดีที่สุดในรอบหลายปีที่เราดูมาอย่างฝันโคตรๆ กลับกลายเป็นหนังที่โดนด่ายับ คิดคำตอบได้อย่างเดียวคือ พวกคนเหล่านั้นเป็นเด็กที่มีค่อยเข้าใจอะไรเรื่องฝันๆและความเป็นจริงของชีวิตนัก แต่ก็ไม่แน่ไอ้ที่ด่าด่าอาจเป็นคนแก่กว่าเราก็ได้ แต่ให้ความรู้สึกที่แปลกดี ทำไมหนังที่ดีขนาดนี้ถึงโดนด่าได้มากขนาดนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในหนังมีตอนนึงเขาพูดว่า อายุเกิน๒๕แล้วก็หยุดฝันได้แล้ว มีไม่กี่คนบนโลกหรอกที่ฝันแล้วไปถึงดวงดาวส่วนใหญ่ก็ติดอยู่บนโลกทั้งนั้นล่ะ และเมื่อวานในหนังรักแห่งสยามก็มีตอนนึงแม่พระเอกบอกว่า เขาเลี้ยงลูกมาเพือ่ให้ลูกโตมาอย่างดี เรียนหนังสือ ทำงาน มีเงินเก็บ แต่งงานมีครอบครัวอยู่ไปจนแก่เฒ่า(ไม่ไช่เลี้ยงลูกมาเป็นเกย์) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่าแล้วก็นึกสงสัยว่า คุณศิตา วอสเบียนเป็นใคร ผลิตมา๒เรื่องแล้วทั้งรักแห่งสยามและฝันโคตรๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในฝันโคตรๆตอนที่พระเอกกับนางเอกเข้าไปดูหนังในโรงหนัง ในหนังไม่มีภาพหรอก แต่เราจำบทสนทนาและเสียงจากตัวละครเรื่องรักแห่งสยามได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รักแห่งสยามเราว่าความเจ๋งก็สู้ฝันโคตรโคตรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ(ต่างกรรม ต่างอัณทะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝันโคตรๆ ทำไมเราจะไม่เข้าใจ แฟนเราไม่ตายไรหรอก แต่ว่าไอ้เรื่องความฝันของคนเรามันจะมีก็ไม่แปลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมาหลงฝูงนานไปจะแกร่งกว่าหมาทั้งฝูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นาฬิกาต่างกับเวลาตรงที่ให้ไปแล้วเรียกคืนได้ เวลาให้ไปแล้วเรียกคืนไม่ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรามองเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น เราได้ยินในสิ่งที่คนอื่นไม่ได้ยิน เราเชื่อว่าเราเองก็เป็นเหมือนคุณพิง ไอ้บทพูดคมๆในเรื่องนี้มีเยอะมากจนน่าจะจับมาถอดเลยด้วยซ้ำ คมกระจาย(วัยรุ่นอาจไม่ล้ำลึกพอจะเข้าใจ) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับนางเอกผู้หญิงไทยที่หน้าเหมือนดาราเกาหลีก็ดูน่ารักดี พูดเหน่อๆไงไม่รุ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราว่าเหมือนนางเอกอึนแชในเรื่อง แอมซอรี่ไอเลิฟยู แล้วก็มีฉากนึงเขาเขียนโพสอิทแปะไว้บนกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง แปลในซับไตเติ้ลว่า I’m sorry, I love you เราเห็นแล้วยิ้มคนเดียว อ้อ คนข้างๆหลับสนิทกรนอีกตะหาก ห่างไป๕ที่แต่เสียงกรนดังมากๆ ส่วนข้างซ้ายพ่อแม่คงอยากดูเอาลูกมาด้วยแต่ลูกซัก๓ขวบเอง เรากะว่าถ้าวิ่งมาถึงเราเราด่าเลย ไม่ด่าเด็กนะ จะด่าพ่อแม่ แต่เด็กก็วิ่งมาห่างสามเก้าอี้ได้ เลยไม่ได้ด่า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่หนังเป็นแบบที่คิดเลย เศร้ามากๆ สมควรแล้วที่ไปดูคนเดียว โคตรรักเอ็งเลยเราก็ชอบมากๆ แต่คนไม่ชอบก็เยอะ ไม่รู้ว่าทำไม อาจเพราะเรื่องนอกใจมั้ง ดูแล้วแสลงใจหรือไงไม่ทราบ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับฝันโคตรๆนั้นทำไมจะไม่เข้าใจ การทำงานเขียนบทนั้นมันยาก อีกทั้งเสนอแล้วก็ผ่านยาก อุปสรรคมากมาย แก่แล้วก็ลำบาก เราร้องไห้ตอนที่โดนเมียด่าว่าวันๆไม่ทำไรเอาแต่ฝันว่าจะดัง เป็นคนมีชื่อเสียง พระเอกก็บอกว่า ก็ฝันถึงอนาคต ไม่เคยฝันถึงอดีตนัก และ ไม่น่าเชื่อว่า พระเอกบอกว่านางเอกก็คือความฝันของเขา เขาเป็นฝันของนางเอก เรื่องพวกนี้เล่นกับลำดับได้ดี ให้ความรู้สึกเหมือนการดึงลิ้นชักความคิดแบบในหนัง/หนังสือ dream catcher คุณพิงเขาเก่งมากๆในการตบหัวคนดู หักมุม หรือเหวี่ยงสถานการณ์ทั้งหลาย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราว่าหนังเรื่องนี้ถ้าในแวดวงผู้กำกับทุกคนที่ทำงานในเชิงความคิดแบบนี้เข้าใจมากๆ แต่ไงดี วงการบันเทิงมันมีส่วนไม่เกี่ยวกับความคิดแกนหลักแบบนี้เยอะ นักเรียนทำหนังอาจไม่ชอบ จัดไฟ นักแสดง ฝ่ายสถานที่ จะเข้าใจวิธีคิดแบบคนเขียนบทหรือ? คือยังไงดี เหมือนหมอโรคหัวใจย่อมมองหัวใจด้วยมุมมองที่ต่างกับคนธรรมดาแบบเราเรามาก คนเขียนหนังสือก็มองโลกต่างกับคนธรรมดามากเช่นกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้อ ที่ต้องร้องไห้ก็เรื่องชีวิตจริงมันโหดร้ายน่ะแหละ มีเอกสารล้มละลายมาแปะหน้าบ้าน แล้วจะไม่รันทดได้อย่างไร เห็นว่าแม่เราก็เจอ แต่ไม่ใช่บ้านนี้หรอก อีกบ้านนึง มีบ้านเย้อะ บ้านพ่อบ้านแม่ บ้านใครต่อใคร ถ้าไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ พ่อแม่ก็ไม่ต้องหย่ากัน พ่อแม่ไม่หย่ากันเราก็คงไม่กลับมาอยู่ไทย อืม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แปลกดี ให้ความรู้สึกเหมือนตอนเด็กๆอยู่โรงเรียนประจำ หัวแตก๓หน จนสุดท้ายแขนหัก เข้าเฝือกอยู่นาน ยายเลยไปรับกลับมาอยู่บ้านย้ายโรงเรียน ของพวกนี้มันมีเรื่องความปลอดภัยที่ต้องทำให้คนรอบข้างเสมอ ยายจะทนให้หลานชายคนเดียวมีอุบัติเหตุเรื่อยๆได้อย่างไร และลูกชายจะยอมให้ครอบครัวล่มสลายได้อย่างไร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในหนังรักแห่งสยามก็ได้ยินน้องบอกมานานแล้วว่าเศร้า แม่ในหนังก็เครียดเสมอ อ้อ เมื่อคืนนึกขึ้นได้ว่าตอนไปดูนกสินใจกะกบทรงสิทธิ์เล่นละครเวทีเนื้อคู่๑๑ฉาก ก็เศร้านะ เป็นละครชีวิตแบบนี้ล่ะ ผู้หญิงสวยแต่งตัวแพงๆ กางเกงสีเบจ เข็มขัดแอเมส เชิ้ตผ้าลินินขาวแขนยาวสวยๆ ทุกอย่างดูดีแต่ไร้ความสุข ชีวิตจริงคนรวยจะเป็นแบบนั้นจริงหรอ ถ้าชีวิตจริงทุกข์กันนักจะหล่อสวยแบบนั้นได้ยังไง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เวลาดูหนังสะท้อนปัญหาครอบครัวเหล่านี้แล้ว มักรู้สึกโชคดีว่าพ่อไม่ติดเหล้า แม่ก็ไม่เครียดให้ลูกเห็น พ่อแม่ก็ไม่ทะเลาะกัน ชีวิตนี้รู้สึกโชคดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลูกสาวหายไป ตั้งแต่นั้นพ่อก็ติดเหล้า โถ อนิจจา หัวใจสลาย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังพวกนี้ดูแล้วก็คิดถึงตนเองที่หายจากบ้านไปนาน พ่อแม่ยายก็คงเหงากันน่าดู &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ตื่นมาดูผีเสื้อ บินเล่นรอบต้นเทียนหยดเต็มเลย รู้สึกมีความสุข เรียกแม่มาดู แม่ไม่ตื่นเต้น แต่เราซิตื่นเต้น นึกไปถึงตอนเด็กๆซุ้มไม้ดอกในบ้านมีผีเสื้อเยอะแยะสารพัดสีเต็มเลย ผีเสื้อนั้นคือสัญลักษณ์แห่งความสุขของมนุษย์ล่ะ พวกเธอเชื่อกันไหม ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่พ่อเราเนรมิตผีเสื้อได้เสมอ เชื่อมะ ของแบบนี้มีวิธี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูหนังมา๒เรื่องหนักๆ นึกได้ว่า ความสุขคนเรามันน้อยรูปแบบออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คล้ายๆกับเรื่องความร่ำรวย ความร่ำรวยมีมิติที่๑คือ รวยอะไร เงินทองหุ้นหลักทรัพย์หรืออะไร มิติที่๒คือ เวลาใดเมื่อไหร่ ตอน๒๐รวยแค่ไหน ๓๐ล่ะเป็นไง ๕๐ยังรวยอยู่ไหม มิติที่๓ความสุขมีไหม มิติที่๔มีเวลาให้กับตัวเองเท่าไหร่ แน่นอนเงินทองก็สำคัญกับชีวิต ไม่ดิ ควรบอกว่าเงินทองก็จำเป็นแต่ไม่สำคัญ สำคัญเพราะว่า เงินทองนำมาใช้ซื้อปัจจัย๔ไงเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาที่ขีดๆเขียนๆดีกว่า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอดีวันนี้พึ่งไปอ่านสัมภาษณ์นักเขียนซีไร้เล่มล่าสุดมา เราก็ยังไม่ได้อ่านเลยเล่มนี้ แต่เคยนึกสงสัยว่าทำไมร้านนายอินทร์เขาโปรโหมทจัง ก็มารู้จากเล่มนี้ล่ะว่าของแพรวสำนักพิมพ์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอ้การเขียนหนังสือเนี่ยมันยากตรงต้องผจญกับความเดียวดาย ทำงานคนเดียว กระดาษก็เป็นทุ่งหญ้าว่างเปล่า แล้วเราก็เติมเงินเข้าไป แต่มันมองยากนี่นา เมื่อเช้าเห็นในทีวี ชาวสวนทุเรียนเมืองนนท์บอกว่าขายได้ลูกละห้าพัน ได้ปีละล้านห้า เขาถ่ายช้อนไปบนต้น เป็นเราลูกละห้าพันเราก็คงดูแลอย่างดี แต่กระดาษเปล่าตรงหน้ามันไม่ใช่ผลที่เห็นชัดๆแบบทุเรียนนี่นา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักเขียนซีไร้คนนี้ก็หล่อ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นึกไปถึงค่ายวรรณศิลป์ที่เคยเข้าเมื่อนานแล้ว ตั้งแต่อยู่มหาลัย คุณวัฒน์ วัลยางกูรเขามาให้ความรู้ เขาชิงซีไร้บ่อยๆ แต่ไม่เคยได้ที่๑เลย แปลกดี และพอไม่ได้ที่๑ก็เลยไม่รวยแบบคนอื่นเขา พอดีปีนั้นนักเขียนรูปหล่อแบบปราบดาเขาได้ ก็เลยเป็นกระแสให้คนพูดถึง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือไงดี เล่มได้ที่๑ขายได้นับแสนเล่มเสมอ เพราะห้องสมุดทั้งหลายก็หาซื้อ ผู้คนก้อหาซื้อ และที่สำคัญก็มีงานเขียนคอลั่มน์ได้ตลอดชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จำได้ว่า ตอนความสุขของกะทิเข้าโรง ตอนนั้นก็พิมพ์ไปสองแสนกว่าเล่มแล้ว แต่นั่นคือความสุขของเวชชาชีวะด้วย หนังเข้าโรงช่วงอภิสิทธิ์เป็นนายก ลูกสาวก็เขียนหนังสือสำเร็จ ลูกชายก็สำเร็จในสายอาชีพที่ทำมานาน ซึ่งของแบบนี้มันยากนา ทั้ง๒คนก็อยู่บนทางนี้มากว่า๑๕ปี (หนังเข้าวันเกิดเราเลยเราจำได้แม่น) ถ้าหนังสือของ สนพ ใหญ่แบบมติชนหรือแพรวเข้าชิงปีนั้นกระแสยิ่งนับได้ว่าแรงมากๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักเขียนคนนี้บอกว่าเขาได้คุณแดนทองเป็นคนเขียนคำนิยมและให้คำปรึกษา คุณแดนทองได้รางวัลในต่างประเทศแต่หนังสือเขาไม่ได้รับความนิยมในบ้านเราและที่สำคัญก็หาซื้อยากด้วย ในเน็ทเซิ้ดชื่นี้ยังไม่มีรายละเอียดเลย วันก่อนเราไปเจอคนมาแบกะดินขายในพิพิธ๑๐๐๐ตรงหัวมุมสยามก็ซื้อมา คุยกับคนขายเป็นชั่วโมงเลย เอาง่ายๆว่าหนังสือเขาดี คนเขียนเก่ง เขียนแล้วปลุกใจคนได้เยอะมากๆ และเราว่าหนังแบบคุณพิงก็ปลุกใจคนเขียนบทมากมายบนโลกนี้ให้ลุกขึ้นมาทำหนังเกี่ยวกับความฝันได้เยอะทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้อ เจ้าของรางวัลซีไร้บอกว่าเขียนเล่มนี้อยู่๒ปี ลับแล แก่งคอย เรานึกในใจแล้ว๒ปีนั้น เอาไรกินหว่า โธ่ ความจริงบนโลกนี้ทำไมโหดร้ายนักเล่า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๐๓:๔๔:๓๗ น. ใกล้เช้าแล้ว นอนดีกว่า&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14537369-1738239886537374948?l=toastose.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content>


October 06, 2009

toey #8 IT

fbism

ช่วงนี้ติดเฟซบุ๊คพอสมควร ถึงกับทิ้ง twitter และอื่น ๆ ไปเลย คิด ๆ ดูแล้วสิ่งที่ชอบมาก ๆ ใน fb คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. interface อันค่อนข้างจะเป็น std ไม่มั่วเยี่ยงบล็อกต่าง ๆ หรือ hi5 ที่ทำแพทเทิร์นใครแพทเทิร์นมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. centralize เกือบทุกอย่างที่ต้องการ ในขณะเดียวกันก็มี business model ที่สรุปได้ไม่ยาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. เลือกประกาศเฉพาะสิ่งที่อยากให้คนอื่นรับรู้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และที่ถูกใจมากคือ ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. เลือกรับเฉพาะสารที่ต้องการได้ โดยไม่มีใครรู้ว่า เฮ้ย กูซ่อนทุกอัพเดทของมึงอยู่นะ แม้มึงจะอยู่ในลิสต์กูแต่มึงก็มิได้อยู่ในโลกทรรศน์ให้กูตะขิดตะขวงใจอีกต่อไป เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอวํ&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9186192-3630295605209408478?l=weerat.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content>


October 05, 2009

bact #5 IT

[7-11] ReadCamp 2 --- 7 พ.ย. 2552

&lt;p&gt;เพื่อน ๆ &lt;a href="http://readcamp.org/" title="ReadCamp"&gt;รี้ดแคมป์&lt;/a&gt; ตกลงกันได้(ตั้งแต่สองเดือนก่อน)แล้วว่า งานครั้งที่ 2 นี้ จะเอาวันที่ 7 พฤศจิ นี่แหละ (มารู้ทีหลังว่า ชนกับงานแฟตเฟส แต่ทุกคนบอก ชนไปเลย!)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;a href="http://readcamp.org/2008/12/from-readcamp/"&gt;ปีที่แล้ว จัดวันที่ 29 พฤศจิ ที่หอศิลป์กทม.&lt;/a&gt; ปีนี้ก็ใกล้ ๆ กัน วันที่ 7 เอาให้เป็น &lt;strong&gt;7-11&lt;/strong&gt; สะดวกดี (ใช้แต้มได้ด้วย)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ยังไม่รู้ว่าจะไปลงที่ไหน ... ถ้าหาไม่ได้ จะไป ปาย ซะเลย หนีออกนอกกรุงเทพซะบ้าง :p (ใครมีที่ไหนแนะนำบ้าง?)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ระหว่างนี้ ตามข่าวที่&lt;br /&gt; เว็บ: &lt;a href="http://readcamp.org/"&gt;readcamp.org&lt;/a&gt;&lt;br /&gt; Twitter: &lt;a href="http://twitter.com/readcamp" title="@readcamp"&gt;twitter.com/readcamp&lt;/a&gt;&lt;br /&gt; Facebook: &lt;a href="http://www.facebook.com/ReadCamp"&gt;facebook.com/readcamp&lt;/a&gt;&lt;br /&gt; YouTube: &lt;a href="http://www.youtube.com/ReadCampTV"&gt;youtube.com/readcamptv&lt;/a&gt;&lt;br /&gt; เมลกลุ่ม: &lt;a href="http://groups.google.com/group/readcamp/"&gt;readcamp (at) googlegroups.com&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;object width="480" height="295"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/TcuEaKSTlmA&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/TcuEaKSTlmA&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="480" height="295"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt; &lt;object width="480" height="295"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/i9ZthCbWIAk&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0xe1600f&amp;color2=0xfebd01"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/i9ZthCbWIAk&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0xe1600f&amp;color2=0xfebd01" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="480" height="295"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt; &lt;object width="480" height="295"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/xKuxO34Zu30&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0xcc2550&amp;color2=0xe87a9f"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/xKuxO34Zu30&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0xcc2550&amp;color2=0xe87a9f" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="480" height="295"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt; &lt;p&gt;&lt;small&gt;technorati tags: &lt;a href="http://technorati.com/tag/ReadCamp" rel="tag"&gt;ReadCamp&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/event" rel="tag"&gt;event&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/BarCamp" rel="tag"&gt;BarCamp&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/read" rel="tag"&gt;read&lt;/a&gt; &lt;/small&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6296791-1514719039960363883?l=bact.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/bact/~4/gp6iZ3OMInw" height="1" width="1"/&gt;</content>


October 04, 2009

tose #7 IE

โถ

โถ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;๐๕:๐๔:๑๑ น.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตีห้าแล้วนะ แต่ไม่หลับไม่นอน เพื่อนพึ่งมาส่งที่หน้าบ้านตะกี๊ วันนี้ออกพรรษาก็เลยไปกินเหล้าบ้านเพื่อนคนนึง เจอคนเป็นสิบคน ทั้งๆที่บ้านนี้จินๆแล้วก็อยู่กันแค่๒คนแม่ลูก วันนี้นับว่าแปลกได้เจอเพื่อนเก่าเพื่อนแก่หลายท่าน กินไปซัก๗แก้วได้ ใน๑๐ชั่วโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางเรื่องของชีวิตก็นับว่าแปลก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้อ ออกไปกินเหล้ากลับมาเช้าดูเป็นคนเสเพลเป็นอาจิณเสียจริง แต่เข้าพรรษามาก็กินไปไม่กี่แก้วหรอก ทั้งที่ปกติคืนๆนึงที่ออกไปกินเหล้ากินหลายสิบ แต่วันนี้ก็เป็นลูกที่ดีพาแม่ไปเดินสวนสาธารณะ เดินกัน๒รอบชั่วโมงกว่าๆก็แฮปปี้ๆ บึงกว้างๆแสนสบาย เดินกัน๒คนบ่อยๆก็สุขใจดี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนรักกันก็ต้องดูแลและเอาใจใส่กัน ว่าไหม? &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้มีคนรู้จักแม่ทักว่าเราผิวสวยให้ความรู้สึกที่แปลก วันก่อนไปหาแม่ที่ทำงานแม่มีคนทักว่าทำไมโตขึ้นมาดำขึ้นเยอะก็ให้ความรู้สึกว่าแปลก เมื่อวานก่อนเจอสาวที่ชอบเราทักว่าทำไมเดี๋ยวนี้หน้าโทรมจังก็ให้ความรู้สึกว่าแปลก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็คือทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปได้ หน้าก็แก่ขึ้นมากๆ ก็คนเราก็มีความเครียดกันบ้าง วันก่อนนู้นเล่นโยคะหนักเกินไป ร้าวร่างกายไป๒วัน คิดถึงอาบน้ำรวมบ่อช้อตไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นที่เรามักไปเพราะร่างกายเหนื่อยล้า อยู่ไทยเวลาไม่สบายกายก็ผ่อนคลายยาก แต่ถ้าไม่สบายใจก็ผ่อนคลายง่าย กายกับจิตสัมพันธ์กันอย่างยิ่งยวดเสมอ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเราเลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร เรารู้สึกมานานแล้วว่า ความฉลาดของมนุษย์ไม่ได้อยู่ที่เลือกว่าจะทำอะไร แต่เป็นการเลือกว่าจะไม่ทำอะไรมากกว่า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำในสิ่งที่ควรทำชอบทำต้องทำก็ให้เหมาะสมแก่เวลา เช่นเวลานี้ต้องนอน แต่ดันมาเขียนบล๊อก เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โถ ในหัวข้อวันนี้ก็อยากโถใครบางคนที่ต้องพยามทำอะไรบางสิ่งที่มิใช่สิ่งที่ตนเองเป็นหรือควรจะทำในระยะยาวของชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องบางเรื่องเลือกผิดก็แปลกไปได้ทั้งชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนรักคนนึงจะไปเมืองนอก ก็ให้ความรู้สึกที่แปลกกับชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ทุกคนย่อมมีทางแยกและทางแยกมักทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันก่อนเจอรุ่นน้องคนนึง เขาพูดหลายหนแล้วว่าเรามีDestination ที่ยิ่งใหญ่ เรานึก โถ ในชีวิตเราว่าทำไมเราต้องทำสิ่งที่เราไม่อยากทำด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เรื่องบางเรื่องก็ต้องทำในช่วงเวลานั้นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ โถ ใครกัน?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นับวันเราเก็บตัวมากขึ้น ปล่อยคนเข้ามาเข้าใจอะไรบางอย่างน้อยลงมากๆ พูดหรือสื่อสารอะไรต่อมิอะไรน้อยลงเยอะ อาจเป็นวัยที่เข้าใกล้๓๐ (พรุ่งนี้น้องเราอายุ๒๕แล้ว) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความสงสารที่ให้แก่มนุษย์หากไม่หยิบยื่นความช่วยเหลือหรือหนทางให้นับได้ว่าถูกแล้วหรือ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป้าหมายของคนไม่เหมือนกันหรอก ถ้าคนเราคิดเหมือนกันอยากทำอะไรเหมือนกันทุกคนก็คงแปลก โลกนี้ก็คงสับสนอลหม่านน่าดู &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีเรื่องนึงที่นึกถึงเมื่อวานนี้ คิดถึงเมื่อเพื่อนรักคุยกับเราว่า ถ้าพหูสูตอย่างเราแต่งงานกับHarvard Girl คนนั้น ลูกคงออกมาฉลาดน่าดู เราขำเสียงดังเลย ถ้าเขาแต่งเราก็แต่ง แต่เวลานี้เรา๒ควรเรียนหนังสือ เรียนรู้ชีวิตกันไปใช่ไหม เมื่อถึงเวลาก็ควรเดินไปตามทางที่เป็น อย่าเร่งรัดหรือกดดันอันใดทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องความรักไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดมากนัก ยังจำได้เมื่อเดือนที่แล้วเพื่อนนักเขียนคนนึงพูดว่า ผู้ชายรักผู้หญิงได้ภายใน๗วินาที เรานึกฉงนในหัวใจและสมองฉับพลัน อืม หรือ อาจจะจริง? &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรายังจำความรู้สึกได้ครั้งแรกที่เห็นผู้หญิงคนนั้น ๑๐ ปีเต็มแล้วซินะ ไม่อยากเชื่อว่าโลกนี้มันจะแคบทำให้ได้พบกันอีก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โถ สงสาร คนบางคนที่วิ่งไขว่คว้าอะไรบางอย่างที่ไม่ได้มีความหมายกับชีวิตเลย แต่กลับไม่เข้าใจว่าสิ่งใดบ้างที่สำคัญกับชีวิต ความรู้สึกปลอดภัยสำหรับแต่ละคนต่างกันสิ้นเชิง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โลกแห่งความเสี่ยงสำหรับคนบางคนก็ต่างระดับกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความสามารถในการประจักษ์ตนของแต่ละคนก็ต่างกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะมีประโยชน์อันใดถ้าใช้ชีวิตไปโดยไม่เข้าใจในตนเอง ความเข้าใจในตนเองเกิดได้จากการเรียนรู้และประสบการณ์ ความสวยงามของความเข้าใจนั้น ผลของมันงามเหลือเกิน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดินไปตามถนนของชีวิต โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ โรงละครของตนเปิดและปิดฉากเสมอ หากแต่ใครกันเล่าเป็นผู้กำกับเวที &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอนดีกว่า ตีห้าครึ่งแล้ว รักนะxoxo&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14537369-6281070154930706438?l=toastose.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content>


October 02, 2009

tose #7 IE

The Proposal

อาทิตย์ที่แล้วไปดูหนังกะแม่เรื่อง The Proposal แต่จำไม่ได้ว่าวันไหน วันที่แม่ไปหาหมอตรวจตาแล้วหมอบอกว่าเป็นต้อหินน่ะละ ตอนรู้ก็ให้ความรู้สึกแปลกๆ พ่อก็พึ่งตกหลังคาไปนอนโรงบาลตั้งนาน ออกมาเมื่อต้นเดือนที่แล้ว นี่แม่ก็มีอันสุขภาพไม่ดีอีก แต่เป็นต้อก็ไม่แปลกนัก ยายก้อเป็นแต่ยายเป็นต้อกระจก ก็อ่านหนังสือกันเยอะจัดๆขนาดนี้ ไม่เป็นก็แปลก แม่ก็ถามว่าทำไมเรายังไม่ใส่แว่นอีกทั้งๆที่อายุก็มากแล้ว เราก็บอกว่าเรามีวิธีรักษาลูกกะตาได้ดีน่า ไม่ต้องห่วง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นึกไปถึงเมื่อปลายปี๒๐๐๔ ไปลาว เพื่อนชาวลาวพาไปตัดผมกับช่างราคาแพงที่นั่น ช่างชื่ออัญชัน ตัดไปก็เปิดทีวีไปแล้วโฆษณา วีตา จั๊กจั่นก็โผล่มาทำตาสวยปิ๊ง ช่างอัญชันถามเราว่า ถ้ากินวีต้าแล้วตาจะสวยเหมือนจั๊กจั่นไหม เราว่าคำถามน่ารักดีและจดจำได้ถึงทุกวันนี้ จั๊กจั่นไม่กินอะไรเลยก็สวยอยู่แล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่มีเพื่อนรักคนนึงเป็นกวีซีไร้ต์ ชื่อ อัญชัน (นามปากกา) แม่บอกว่าเป็นเพื่อนตั้งแต่พัทลุง เตรียม อักษร เลยทีเดียว แต่ตอนหลังเขาไปอยู่เมกา สมัยสาวๆก็ยังจดหมายกันอยู่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอดีเชื่อมต่อเรื่องกันมาเพราะว่า ตอนไปดูหนังเรื่อง The Proposal รอบดึก ก็เห็นกวีซีไร้ต์อีกคน เราก็แอบซุบซิบกะแม่ว่า อยากรู้เหมือนกันว่ากวีแบบนี้จะดูเรือ่งอะไร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณ เนาวรัตน์ แกมาดูเรื่องเดียวกันนี่ล่ะ พอดีวันนี้อ่านสือพิมพ์เห็นข่าวว่ารถชน ก็ขอให้อยู่ไปนานๆครับ เมืองไทยยังต้องการคนเขียนหนังสือดีดีอีกมาก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่กี่วันถัดมา เข้าเมืองไปดู COCO Chanel กะแม่ที่ลิโด้ รอบเย็นๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บังเอิญมากๆ ออกจากโรงมาเจอเหี้ยโบ๊ทและน้องกิ๊บก็มาดูด้วยกัน รอบเดียวกะเรานี่ล่ะ ไอ้โบ๊ทมายืนเยี่ยวข้างเราเลยหลังหนังเลิก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;""""""""""""""""""""""&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันนี้ข่าวจากในเวบ&lt;br /&gt;.....................&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์รถชนเจ็บ &lt;br /&gt; วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552 16:32 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ รถชนเจ็บระหว่างยกทีมไปบรรยายที่ไทรโยค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้(ตุลาคม) เกิดเหตุรถตู้ชนประสานงากับรถปิกอัพ บริเวณ ถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัย พบรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน ฮก 9281 กทม. จอดอยู่ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ใกล้กันพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บพ 3883 นฐ. สภาพด้านหน้ายุบ โดยมีคนขับขี่ติดอยู่ภายใน ต้องใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อช่วยเหลือออกมา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บที่ภายในรถตู้ทราบว่าเป็นวิทยากรนักเขียน 5 ราย เป็นชาย 2 ราย หญิง 3 ราย หนึ่งในนั้นคือ นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีซีไรท์ ถูกนำส่ง รพ.ไทรโยค โดยทั้งหมด กำลังจะเดินทางไปเป็นวิทยากร โครงการกล้าวรรณกรรม ที่ โรงแรมแควริเวอร์ไซท์ อ.ไทรโยค อย่างไรก็ตามต่อมาญาติ นายเนาวรัตน์ ได้ติดต่อขอรับตัวเข้ามาไปรักษาต่อที่ กรุงเทพฯ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุ มีฝนตกถนนลื่น ขณะที่รถตู้กำลังขึ้นเนินได้มีรถปิกอัพคันดังกล่าวถอยหลังมาพอดีทำให้คนขับรถยนต์ตู้หลบไม่ทันขับพุ่งชนจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14537369-6627517702803417250?l=toastose.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content>


September 29, 2009

toey #8 IT

what a relief!

อุเค ..&lt;br /&gt;คะแนนฝรั่งเศสและญี่ปุ่นออกหมดแล้ว&lt;br /&gt;ลงทะเบียนเรียนเทอมถัดไปแล้วทั้งสองตัว&lt;br /&gt;บางทีคนเราก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าเลือกเรียนผิดสายเมื่อยามแก่&lt;br /&gt;.. เอาน่ะ ย้อนเวลาไม่ได้นิ ตั้งใจต่อไปจนกว่าสมองจะรับไม่ไหวละกัน -_-"&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9186192-794690143295335706?l=weerat.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content>


September 28, 2009

tose #7 IE

ดาราสวยๆ

ดูแล้วมันก็สดชื่นดีเนอะ นั่งดูรายการช่อง๗น้องขวัญเขามาออกพร้อมๆเพื่อนๆมหาลัยก็ดูสดใสน่ารักสมวัยดี ไม่ใช่คุณยิ้มกรี๊ดดดดๆๆๆ เขาบอกว่าลีลาเยอะ ไงไงก็ต้องถ่ายไม่รู้จะลีลาเยอะไปทำไม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาราช่อง๗มักสวย ทำไมก็ไม่รู้ ดาราช่อง๓ก็สวยแต่สวยแบบเดินเห็นตามห้างก็ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ไปเซ็นทั่นลาดพร้าวมา เดี๋ยวนี้ไปตามห้างเห็นดาราเต็มเลย ทุกคนเป็นดารากันไปหมด ไม่รู้เป็นอะไรกัน ต้องวางมาดเป็นดารา แต่งตัวโป๊ๆ แปลกๆ แต่งหน้าทำผมให้คนสงสัยว่าจะไปถ่ายละครที่ไหนกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ดาราสมัยนี้หน้าบางมากๆ เวลาเห็นลองสังเกตดิ เลเซอร์ทำซะหน้าบางกันหมด หน้าเนียนกับหน้าบางมันต่างกันนะเอ้า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่บทหนูยิ้มมันโดดมากเลย เวลาไม่สัมพันธ์กับเรื่องการไปเรียนเมืองนอก ว่าแล้วคืนนี้ก็อ่านข้างหลังภาพดีกว่า เข้ายุคเข้าสมัยรอยรักรอยบาป แค่คุณหลวงไม่ทำการบ้านนี่ทำให้คุณระย้าคลั่งได้ขนาดนี้เชียวหรือ ตกลงละครทั้งเรื่องหลาย๑๐ชั่วโมงนี่เกิดเหตุเพราะผัวไม่ทำการบ้าน แค่นี้เองหรอ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอ๊ะ เดี๋ยวมิ้มบอกว่า ทศชอบนัก...ก้อเขียนละครให้น้องขวัญเล่นดิ ฮากันเข้าไป จะเปนไปได้ยังไงเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก่อนชอบน้องแอ๊ฟ ตอนนี้น้องแอ๊ฟไม่น่ารักแระ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่น้องขวัญไปไกลแน่นอน วันก่อนนู้นนนเคยดูตอนเขาเอาพ่อมาออก ธรรมชาติแบบนี้อยู่ทนแน่นอน เขาก็ดูรักพ่อรักแม่รักเพื่อนดี พ่อเป็นตำรวจชั้นผู้น้อยลูกสาวเป็นซุปเปอร์สะตา แปลกดี แต่พ่อก็หล้อหล่อ พี่สาวก็ส้วยสวย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้อ จากหนังข้างหลังภาพตอนนั้นไม่เห็นมีใครบอกว่าเคนหล่อเลย ตอนนั้นตัวเล็กไม่มีหัวไหล่แบบทุกวันนี้ ปัจจุบันคนกรี๊ดกันทั้งเมือง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยนั่งกินข้าวกะมิ้มที่บ้านหญิง เห็นน้องขวัญเดินผ่านไป คนอะไรสวยชะมัด นี่มันคนหรือนางฟ้ากันแน่เนี่ย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14537369-6196410116183909162?l=toastose.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content>


September 26, 2009

bact #5 IT

(เพื่อ "ภูมิซรอล") [review] ความเป็นมาของคำสยาม ไทย, ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ. โดย จิตร ภูมิศักดิ์.

&lt;p&gt;เทอมที่แล้ว เรียนวิชามานุษยวิทยาภาษากับยุกติ หนังสือเล่มแรกที่ทุกคนต้องอ่านและวิจารณ์ ก็คือ &lt;em&gt;&lt;q&gt;ความเป็นมาของคำสยาม ไทย, ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ&lt;/q&gt;&lt;/em&gt; โดย จิตร ภูมิศักดิ์ (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ศยาม, 2544 [2519]).&lt;/p&gt; &lt;p&gt;(ทั้งหมดต้องวิจารณ์สองเล่ม. อีกเล่มนั้น แล้วแต่ว่าใครจะเลือกเล่มไหน, จาก 3-4 เล่มที่ยุกติเลือกมาอีกที, ซึ่งผมเลือก &lt;a href="http://bact.blogspot.com/2009/05/review-portraits-of-whiteman-linguistic.html"&gt;&lt;em&gt;&lt;q&gt;Portraits of “the Whiteman”: Linguistic play and cultural symbols among the Western Apache&lt;/q&gt;&lt;/em&gt;&lt;/a&gt; โดย Keith Basso (Cambridge: Cambridge University Press, 1995 [1979]) ตามที่เคยโพสต์แบ่งกันอ่านไว้แล้ว)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ช่วงนี้มีข่าว เรื่องเขมร ๆ โผล่มาบ่อย เริ่มจาก&lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/09/25967" title="The Economist - นักแสวงบุญอันธพาล"&gt;การประท้วงของพันธมิตรที่ปราสาทพระวิหาร&lt;/a&gt; ตามด้วยเรื่อง&lt;a href="http://www.thairath.co.th/content/pol/34701" title="ไทยรัฐ - 40ส.ว.เสนอเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านภูมิซรอล"&gt;กลุ่ม 40 ส.ว. นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน เสนอเปลี่ยนชื่อหมู่บ้าน &lt;q&gt;ภูมิซรอล&lt;/q&gt;&lt;/a&gt; เพราะเป็นคำเขมร :&lt;/p&gt; &lt;blockquote cite="http://www.thairath.co.th/content/pol/34701"&gt; &lt;p&gt;ควรเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านใหม่ เพราะชื่อนี้เป็นภาษาเขมร ที่แปลเป็นๆไทยว่าแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ แสดงว่าประชาชนชาวเขมรอุดมสมบูรณ์ไม่ใช่ประชาชนไทยสมบูรณ์&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt; &lt;p&gt;ส่วนชาวบ้านภูมิซรอลก็ตอกกลับ ให้ไปเปลี่ยนบ้านตัวเองเถอะ ฉันอยู่ของฉันมาดี ๆ จะมายุ่งอะไรชื่อหมู่บ้านฉัน ในข่าวนั้น มีพูดถึง &lt;q&gt;ภาษาส่วย&lt;/q&gt; ด้วย&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ยังมีความคิดเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อีกมากมาย เช่นบทความสองชิ้นนี้ : &lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.prachatai.com/journal/2009/09/25968"&gt;ภูมิซรอล (ตอนวิหารแห่งความเขลา)&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt; โดย สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี (&lt;a href="http://indochinapublishing.com/index.php?module=content&amp;amp;submodule=view&amp;amp;category=2&amp;amp;code=an23090921170150"&gt;Mekong Review&lt;/a&gt;) และ &lt;strong&gt;&lt;a href="http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2008q3/2008july25p5.htm"&gt;ชาติที่ภูมิซรอลกับชาติที่มัฆวาน&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt; โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์ (มติชนรายสัปดาห์ 25 ก.ค. 2551)&lt;/p&gt; &lt;p&gt;วันนี้เลยเอาตัวที่วิจารณ์ความเป็นมาของคำสยามฯ มาแบ่งกันอ่านด้วย มีเรื่องคำเขมร คำไทย คำส่วย ฯลฯ พวกนี้อยู่บ้าง คนในภูมิภาคนี้สัมพันธ์กันอย่างไร&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดาวน์โหลด &lt;a href="http://arthit.googlepages.com/review-chit-siam-nation-names.pdf" title="Portable Document Format - สำหรับอ่าน"&gt;PDF&lt;/a&gt; (196 KB), &lt;a href="http://arthit.googlepages.com/review-chit-siam-nation-names.odt" title="OpenDocument Text (ODT) - สำหรับเอาไปแก้ไขต่อ"&gt;OpenDocument&lt;/a&gt; (27 KB)&lt;/strong&gt; &amp;mdash; &lt;a href="http://creativecommons.org/licenses/by/3.0/th/" title="เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ แบบแสดงที่มา 3.0 ประเทศไทย สามารถนำไปใช้งาน ดัดแปลงแก้ไข และเผยแพร่ต่อได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต เพียงแสดงที่มาถึง “อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล” และลิงก์มาที่บล็อก http://bact.blogspot.com/"&gt;เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ แบบแสดงที่มา 3.0 ประเทศไทย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;จะว่าไปแล้ว รายงานฉบับนี้จะเรียกว่า วิจารณ์ ก็คงจะไม่ถนัดนัก เพราะน่าจะเป็นแค่สรุปเนื้อหาโดยย่อพร้อมข้อสังเกตเพิ่มเติมนิดหน่อยมากกว่า ส่วนที่เป็นการวิพากษ์จริง ๆ นั้น น้อยมาก. เนื้อหาบางส่วนมีดังนี้ :&lt;/p&gt; &lt;blockquote&gt; &lt;p&gt;ในชื่อของภาคที่หนึ่ง “พื้นฐานทางนิรุกติศาสตร์และประวัติศาสตร์” ผมไม่แน่ใจว่า จิตรเลือกอธิบายวิธีที่เขาใช้ว่าเป็น &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C"&gt;นิรุกติศาสตร์&lt;/a&gt; (&lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Philology"&gt;philology&lt;/a&gt;) แทนที่จะเป็น &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C"&gt;ภาษาศาสตร์&lt;/a&gt; (&lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Linguistics"&gt;linguistics&lt;/a&gt;) อย่างตั้งใจจะเปรียบต่างกันหรือไม่, ด้วยศาสตร์บางสาขาที่เขาใช้ เช่น สรวิทยา (&lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Phonology"&gt;phonology&lt;/a&gt;) นั้นนับเป็นศาสตร์ในภาษาศาสตร์มากกว่า. นิรุกติศาสตร์นั้นสนใจรูปและความหมายของการแสดงออกทางภาษา โดยได้รวมเอาแง่มุมจากสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น การตีความอย่างในวรรณกรรมศึกษา และการศึกษาที่มาและการเปลี่ยนแปลงอย่างใน &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4"&gt;ภาษาศาสตร์เชิงประวัติ&lt;/a&gt; (&lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Historical_linguistics"&gt;historical linguistics&lt;/a&gt;) และ &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2"&gt;ศัพทมูลวิทยา&lt;/a&gt; (&lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Etymology"&gt;etymology&lt;/a&gt;) มาไว้ด้วยกัน, การใช้คำว่านิรุกติศาสตร์ จึงมีความหมายในทางการศึกษาพัฒนาการเชิงประวัติอยู่ด้วย เป็นการเน้น การศึกษาภาษาผ่านช่วงเวลา (diachronic analysis) เปรียบต่างกับ การศึกษาภาษาในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง (synchronic analysis) ซึ่งถูกทำให้เป็นที่นิยมโดย &lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Ferdinand_de_Saussure"&gt;แฟร์ดิน็อง เดอ โซซูร์&lt;/a&gt; (Ferdinand de Saussure, 1857-1913). เมื่อแนวทาง synchronic analysis อย่างโซซูร์เป็นที่นิยม คำว่า “ภาษาศาสตร์” โดยทั่วไป หากไม่ได้ระบุเป็นอย่างอื่นไว้ ก็กลายหมายถึงการศึกษาแบบ synchronic analysis ไปหมด, การใช้คำว่า “นิรุกติศาสตร์” ในยุคหลังจากนั้น จึงเป็นการเน้นความเป็น diachronic analysis.&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt; &lt;blockquote&gt; &lt;p&gt;ตามความเห็นของจิตร &lt;strong&gt;ชนชาติที่เจริญกว่าหรือมีฐานะเหนือกว่าทางสังคม มักเรียกชนชาติที่ล้าหลังกว่าหรืออยู่ในอำนาจปกครองด้วยชื่อที่มีความหมายต่ำทรามหรือเหยียดหยามดูถูก&lt;/strong&gt; ซึ่งการเรียกเหล่านี้ปรากฏออกมาในสองกระแสใหญ่คือ &lt;strong&gt;1) การดูถูกทางเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ โดยไม่ยอมรับว่าชนชาตินั้นเป็นมนุษย์เสมอตน โดยอาจเป็น สัตว์ หรือเป็น อมนุษย์ อย่าง ผี ปีศาจ&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;2) การดูถูกโดยฐานะทางสังคม คือยอมรับว่าชนชาตินั้นเป็นมนุษย์ แต่เป็นมนุษย์ระดับต่ำกว่า โดยอาจะเป็น ขี้ข้า อย่าง เชลย ทาส หรือเป็น คนป่าเถื่อน ไม่เจริญ มีความผิดปกติไปจากสังคมของตน.&lt;/strong&gt; เหล่านี้คือชื่อที่ความหมายต่ำทราม ซึ่งชนชาติหนึ่งจะใช้เรียกชนชาติอื่น. &lt;strong&gt;ตัวอย่างของการเรียกลักษณะนี้เช่น ชื่อ ‘ส่วย’ ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้เรียกหลายชนชาติ มากจากคำว่า “ไพร่ส่วย” ซึ่งเป็นฐานะทางสังคมซึ่งตกเป็นเบี้ยล่างของชนชาติเหล่านั้นในช่วงเวลาหนึ่ง&lt;/strong&gt; (น. 282-291).&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ปฏิกริยาตอบโต้จากชนชาติที่ถูกเรียกอย่างดูถูกเหยียดหยามในสองรูปแบบดังกล่าวข้างต้น ปรากฏออกมาให้เห็นในชื่อชนชาติที่เรียกตัวเองว่า 1) เป็นมนุษย์ 2) เป็นมนุษย์ที่เจริญ ซึ่งจิตรจัดให้เป็นความหมายที่ดีงามกระแสที่หนึ่ง. ส่วนกระแสที่สองคือ ชื่อชนชาติที่แสดงความยิ่งใหญ่สูงส่ง ซึ่งอาจเป็น ความยิ่งใหญ่ทางการเมืองการปกครอง หรือ ความยิ่งใหญ่ทางอารยธรรม. เหล่านี้คือลักษณะของชื่อที่มีความหมายดีงาม ซึ่งชนชาติหนึ่งจะใช้เรียกตัวเอง. ตัวอย่างเช่น &lt;em&gt;นาค&lt;/em&gt; “คนแข็งแรง” (น. 257-258), &lt;em&gt;ขมุ&lt;/em&gt; “คน”, &lt;em&gt;มระบรี&lt;/em&gt; “คนอยู่ป่า”, &lt;em&gt;กะยา&lt;/em&gt; “คน” ฯลฯ, หรือการที่ไตหนานเจ้าใช้ตัวอักษร 大 (ไต่, ไต้, ต้า แปลว่า ใหญ่, ยิ่งใหญ่, มหา) เพื่อติดต่อกับจีนเอง เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่เทียมจีน (น. 180-183).&lt;/p&gt; &lt;p&gt;เมื่อพิจารณาตามจิตรนี้ ชื่อที่ชนชาติหนึ่งใช้เรียกตัวเอง ก็สามารถบอกถึงลักษณะทางสังคมของชนชาตินั้น ในสายตาของชนชาตินั้นเองหรือในสายตาของชนชาติอื่นได้. ส่วนชื่อที่ชนชาติหนึ่งใช้เรียกอีกชนชาติหนึ่ง หรือ ชื่อที่ชนชาติหนึ่งใช้เรียกตัวเองในภาษาของอีกชนชาติหนึ่ง (เช่นกรณีชื่อที่ไตหนานเจ้าใช้เรียกตัวเองในภาษาจีน) ก็สามารถบอกถึงลักษณะความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างชนชาติได้.&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt; &lt;blockquote&gt; &lt;p&gt;จิตรอาศัยความรู้ทางสรวิทยา ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งของภาษาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องเสียง อธิบายการเลื่อนเสียง-เปลี่ยนรูปของคำ โดยอธิบายว่าแต่ละชนชาติก็ปรับการออกเสียงให้เข้ากับลิ้นของตน ซึ่งมีลักษณะการออกเสียงที่ทำได้-ทำไม่ได้อยู่ จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปเสียง เช่น กรณีของคำว่า สาม-อาสาม-อัสสัม (น. 117-118). การเลื่อนเสียง-เปลี่ยนรูปเหล่านี้ ไม่ได้ทำอย่างไร้หลักเกณฑ์ เช่น การผันเสียงก็มี “กฎธรรมชาติของเสียง” กำกับอยู่ ดังที่จิตรได้กล่าวถึงคือ การตัดเสียงกล้ำทิ้งไป (น. 409), การเปลี่ยนเสียงพยัญชนะ (น. 409-411), และการแยกคำกล้ำออกเป็นสองพยางค์ (น. 411-414).&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ส่วนรูปเขียนของคำที่เปลี่ยนไปก็มาจากการพยายามสะกดให้ตรงกับเสียงที่ออก แต่ในบางภาษาก็อาจเป็นได้ว่า เขียนอย่างหนึ่งแต่ออกเสียงอีกอย่างหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อรักษารูปคำเดิมที่ยืมมาไว้ เช่น การที่พม่าเขียน ‘ชาม’ แต่ออกเสียง ‘ชาน’ เพราะออกเสียงสะกดแม่กมไม่ได้ จึงต้องออกเสียงแม่กนแทน เป็น ‘ชาน’ แต่ที่เขียน ‘ชาม’ จิตรเสนอว่าก็เพื่อรักษารูปคำเดิมไว้ ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นการยืนยันว่า คำ ‘ชาน’ ในภาษาพม่านั้น มีรากเดียวกับคำว่า ‘ชาม’ ‘ซาม’ ‘เซน’ ‘ชิอาม’ ‘ซ๎ยาม’ ‘ศฺยาม’ และคำในภาษาอื่น ๆ ในบริเวณพม่า-ยูนาน-อัสสัม ที่ใช้เรียกคนไต (ภาคที่หนึ่ง บทที่ 2 “ชานและชาม”) หรืออักขรวิธีของไทยภาคเหนือ ที่เขียน ‘กร-’ แต่ออกเสียง ‘ข-’ เช่นเขียน ‘กรอม’ แต่ออกเสียง ‘ขอม’ (น. 414).&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt; &lt;blockquote&gt; &lt;p&gt;… ที่พจนานุกรมคังซีของจีน ให้อ่านอักษรที่ใช้เรียกชื่อชนชาติส้านหรือเสี้ยน ว่า ‘ถาน’ นั้น น่าจะเกิดจากความเข้าใจผิดใน “เค้าเสียง” คือ อ่านเอาตามส่วนผสมที่บอกแนวทางเสียงในประกอบอยู่ในอักษร แต่ในกรณีของชื่อชนชาติส้านนั้น เสียงพยัญชนะที่ออกนั้นห่างจากเค้าเสียงไปไกล ผู้ที่ไม่มีความรู้ในเรื่องชื่อชนชาติ อาศัยดูจากเค้าเสียงเพียงอย่างเดียว ก็อาจออกเสียงผิดพลาดได้ (น. 146-148). อีกกรณีที่เกี่ยวข้องคือ การใช้อักษร ‘ถาน’ ในเอกสารจีนยุค พ.ศ. 1400 นั้นก็น่าจะเกิดจากความเข้าใจผิด สับสนกับอักษร ‘ส่าน’ เนื่องจากตัวอักษร ‘ถาน’ และ ‘ส่าน’ (คนละตัวกับ ‘ส้าน’) นั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก (น. 141, 143, 147). ข้อสังเกตของจิตรในประเด็นนี้ เตือนเราว่าการศึกษาจากเอกสารประวัติศาสตร์จึงควรระมัดระวัง โดยเฉพาะที่ถ่ายทอดกันมาหลายต่อ และใช่ว่าบุคคลหรือเอกสารที่ดูมีความน่าเชื่อถือ (authority) สูง อย่างพจนานุกรมที่จัดทำโดยหน่วยงานรัฐ จะมีความถูกต้องทุกครั้งไป.&lt;/p&gt; &lt;/blockquote&gt; &lt;p&gt;โปรดสังเกตว่าเอกสารฉบับนี้ (ใน PDF) ทดลองใช้&lt;strong&gt;&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84"&gt;มหัพภาค&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt;เป็นเครื่องหมายจบ &lt;q&gt;ประโยค&lt;/q&gt; และ &lt;strong&gt;&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8D"&gt;ญ หญิง&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt; แบบไม่มีเชิง (ภาษาไทยปัจจุบันเขียน ญ แบบมีเชิง) เลียนแบบต้นฉบับหนังสือ &lt;em&gt;&lt;q&gt;ความเป็นมาของคำสยามฯ&lt;/q&gt;&lt;/em&gt; ของจิตร (หนังสือ &lt;em&gt;&lt;q&gt;วิทยาศาสตร์กับความจริงในวัฒนธรรมไทย&lt;/q&gt;&lt;/em&gt; โดย เสมอชัย พูลสุวรรณ (กรุงเทพ: คบไฟ, 2544) ที่อ้างถึงในตอนท้ายของบทวิจารณ์ ก็ใช้มหัพภาคจบประโยคเช่นกัน).&lt;/p&gt; &lt;p&gt;สำหรับผู้สนใจเรื่องเชิงของ ญ หญิง สามารถหาอ่านได้โดยละเอียดจากหนังสือ &lt;em&gt;&lt;q&gt;ศัพท์สันนิษฐานและอักษรวินิจฉัย&lt;/q&gt;&lt;/em&gt; โดย จิตร ภูมิศักดิ์ (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน, 2548) (มีรูปให้ดูบางส่วนใน &lt;a href="http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2007/01/K5040700/K5040700.html" title="อยากทราบเหตุผลของจิตร ภูมิศักดิ์ ที่เห็นว่าตัว ญ ไม่ควรมีเชิงครับ"&gt;Pantip Topic Stock&lt;/a&gt;) และอ่านเรื่องเชิง ญ หญิง กับการแสดงผลในคอมพิวเตอร์จากบล็อกของ เทพพิทักษ์ การุญบุญญานันท์ (&lt;a href="http://twitter.com/theppitak"&gt;@theppitak&lt;/a&gt;): &lt;a href="http://thep.blogspot.com/2007/11/on-descenders-of-yo-ying-and-tho-than.html"&gt;On Descenders of Yo Ying and Tho Than&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://thep.blogspot.com/2007/10/thai-script-origin.html"&gt;Thai Script Origin&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://thep.blogspot.com/2005/10/phnom-penh-report.html"&gt;Phnom Penh Report&lt;/a&gt;. &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;small&gt;technorati tags: &lt;a href="http://technorati.com/tag/Siam" rel="tag"&gt;Siam&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/Thailand" rel="tag"&gt;Thailand&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/linguistic+anthroplogy" rel="tag"&gt;linguistic anthropology&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/philology" rel="tag"&gt;philology&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/historical+linguistics" rel="tag"&gt;historical linguistics&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/etymology" rel="tag"&gt;etymology&lt;/a&gt;, &lt;/small&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6296791-2846161939049140607?l=bact.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/bact/~4/dvy3Os_Dzsk" height="1" width="1"/&gt;</content>


September 19, 2009

toey #8 IT

busy life on purpose

พรุ่งนี้ (อาทิตย์) เรียนฝรั่งเศสเช้า&lt;br /&gt;เรียนเสร็จคงชวนเพื่อนไปซื้อรองเท้าและซ้อมแบด&lt;br /&gt;หรือไม่ก็ไปคนเดียว เพราะมันอาจจะไม่ว่าง&lt;br /&gt;ไม่งั้นถึงตอนแข่งจริงคงไม่มีรองเท้าใส่ .. และคงหน้ามืดในสามนาที -_-"&lt;br /&gt;จันทร์ทำงานเช้ากว่าปกติ เย็นไปเรียน&lt;br /&gt;อังคารทำงานเสร็จต้องกลับบ้านอ่านหนังสือแล้วสินะ&lt;br /&gt;เพราะพุธสอบไฟนอลญี่ปุ่น!&lt;br /&gt;พฤหัสมีจ๊อบสอน ถ้าตัวเองและนักเรียนไม่เบี้ยว 55&lt;br /&gt;ศุกร์แข่งแบดแล้ว&lt;br /&gt;เสาร์คงต้องอ่านหนังสืออีกเช่นกัน&lt;br /&gt;เพราะวันอาทิตย์สอบไฟนอลฝรั่งเศส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดดซ้อมดนตรีสองอาทิตย์เลย&lt;br /&gt;ต้องขอโทษสมาชิกวงโชว์ห่วยทุกท่าน&lt;br /&gt;แถมมาวิน (เพื่อนจากมาเลย์) มาไทยวันนี้อีก&lt;br /&gt;จะเอาเวลาไหนไปเที่ยวด้วยกันดีล่ะ ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่ได้อยากเป็นมนุษย์กิจกรรมหรอก&lt;br /&gt;ผมแค่หาอะไรทำให้ลืมคุณแค่นั้นเอง แต่ก็ไม่สำเร็จหรอกครับ&lt;br /&gt;ความรู้สึกมันไม่เคยเปลี่ยน ไม่เคยหยุดคิดถึง และไม่ลดลงเลย&lt;br /&gt;แม้ว่าคุณจะไม่อยากให้ใครรู้ว่าเราเคยรู้จักกัน&lt;br /&gt;และเรื่องของผมเป็นแค่ความทรงจำห่วย ๆ ที่คุณไม่อยากจำก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9186192-8629097348359305580?l=weerat.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content>


bact #5 IT

เมื่อหยุด เมื่อเพลงชาติบรรเลง

&lt;!-- ยืนตรง เคารพธงชาติ --&gt; &lt;p&gt;&lt;big&gt;&lt;q&gt;เพื่อเป็นการไม่กีดขวางการสัญจรผู้ร่วมใช้เส้นทาง ผู้ประสงค์ยืนเคารพธงชาติ กรุณายืนชิดขวาด้วยครับ :)&lt;/q&gt;&lt;/big&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;จากใจคนเดินถนน&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;small&gt;technorati tags: &lt;a href="http://technorati.com/tag/pedestrian" rel="tag"&gt;pedestrian&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/street" rel="tag"&gt;street&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/city" rel="tag"&gt;city&lt;/a&gt; &lt;/small&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6296791-4748823497583797254?l=bact.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/bact/~4/IhBRiPo4-hE" height="1" width="1"/&gt;</content>


September 15, 2009

tose #7 IE

Private Banking 3

Private Banking 3&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Wednesday, September 16, 2009&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12:27:25 AM&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตะกี๊รับอีเมลจดหมายข่าวจากกลุ่มเอสไอในโตเกียวว่าจะมีการนัดพบกันใน กทม ก็สร้างความครื้นเครงในใจได้พอควรเพราะเมื่อเช้าพึ่งอีเมลไรมันๆเข้ากลุ่มกันไป พวกนี้เม้ามันเจอกันแล้วเม้าหนุก จะไม่หนุกได้ไงก็จบเอกกันทั้งนั้นคนพวกนี้มักลึกในข้อมูลและความเข้าใจเสมอ และที่สำคัญวิเคราะห์วิจารณ์ประเมินประมวลผลได้ดีเสมอ แยกได้ว่าอะไรจริงอะไรเท็จ อะไรความคิดเห็นอะไรข้อเท็จจริง สังคมไทยย่ำแย่ลงเพราะมีคนให้ร้ายป้ายสีกันง่ายๆเยอะแยะไปหมด ฟ้องหมิ่นประมาทกัน๕ปีก่อนตอนนี้ยังไปไม่ถึงศาลฏีกากันเลย การดึงเอามวลชนที่ไม่ใช่ชนชั้นปกครองเข้ามาเป็นเสียงนั้น มีข้อเสียก็คือ หลังแพแตก หลังเสร็จศึกแล้ว จะจัดการกับคนเหล่านี้อย่างไร ที่ที่พวกเขาควรอยู่ใช่ที่ที่พวกเขากำลังอยู่หรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าพูดถึงการเมืองดีกว่า ไปเรื่องอื่นดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตะกี๊ช่อง๙นั่งดูสุทธิชัยหยุ่นสัมภาษณ์ โจเซฟ สติ๊กลิด นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลปี๒๐๐๑ ก็เพลินๆดี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันก่อนก็เห็นข่าวนักเศรษฐศาสตร์ เจ้าของโนเบลมาไทยมาบรรยายที่AIT เจ้าของธนาคารกรามีน (ไมโครโลน) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น่าเสียดายที่ไม่ได้ไปฟังกะเขาบ้างเลย เวลาคนแบบนี้มาก็น่าไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ปกติเราไม่ค่อยได้บ้าไปไหนเห่อไรนักหรอก น้านนนนนนนๆๆๆๆๆทีจะไป แต่โอกาสแบบนี้น่าชม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้าเรื่อง Private Banking ดีกว่า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ดูช่อง๘๐รายการนึง เขาเชิญผู้บริหารกสิกรมาพูดถึงหน่วยนี้ในธนาคารเขา(มีมา๒ปีแล้ว) ก็ฟังเพลินๆไป เหมือนๆที่เคยรู้น่ะละ พอดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราสนใจมานานแล้ว สนใจมาตั้งแต่เริ่มหัดมีบล๊อกนี้ด้วยซ้ำ ก็เขียนถึงเป็นเรื่องแรกๆที่สนใจ หน๒ก็ตอนที่ดูเจมส์บอนด์แล้วผู้หญิงของบอนด์ภาคนั้นเป็น Private Bankerภาคนั้นถ่ายที่มอนเตเนโกร สวยชิบหาย ทั้งหญิงทั้งฉาก ไม่แปลกใจที่ทักษิณเขาอยากซื้อเกาะ ก็สวยจะตายไป สวยหยุดโลกขนาดนั้น จะไม่น่าอยู่ได้ไงเล่า จริงไหม? &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รายละเอียดวันนี้ขณะนอนเอกเขนกดูทีวีอยู่ก็คือ มีพวกคนมีเงินสด หรือ กองทุนรวม หรือหุ้น ในกสิกรมากกว่า๕๐๐๐๐๐๐๐บาท(อ่านว่าห้าสิบล้านบาท) มีอยู่๓๐๐๐ราย เงินทั้งหมดกองได้ประมาณ ๒๔๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐ (อ่านว่า สองแสนสี่หมื่นล้านบาท) นี่เฉพาะธนาคารเดียวนะครับ คุณเชื่อเถอะว่า คนไทยกลุ่มหนึ่งหยิบมือรวย(ชิบหาย) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้อ อันนี้เฉพาะทรัพย์ที่เป็นเงินนะฮะ แบบเงินสด เงินกองทุนรวม หุ้นที่ขายได้ อย่าไปนับทรัพย์สินอื่นๆจำพวกที่ดินบ้านรถสร้อยเพชรนาฬิกาปากกาแหวนประจำตระกูลอะไรแบบนั้นใครๆก็พอจะมีถึงห้าสิบล้านบาทได้ เมื่อไม่กี่วันก่อนตาแป๊ะลิ้มแกบอกว่า เรือนสักทองของ ผบตร ไม่กี่หลังราคาเป็นร้อยล้านบาท เราได้แต่เกาหัวแกรกๆๆๆๆ แถวๆแม่สอดขายอยู่ไม่กี่แสน จะบ้าหรือไง บ้านนะโว้ยไม่ใช่รูปวาดของปิกัสโซ่ จะได้แพงและทรงคุณค่าขนาดนั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้านึกไม่ออกว่าคนรวยหน้าตาเป็นยังไงก็นึกถึงหน้านายกบรรหารดู ตอนเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ท่านมีเงินสดสดย้ำว่าเงินสดสดในบัญชีธนาคาร ๘๐๐๐๐๐๐๐๐(อ่านว่า แปดร้อยล้านบาท) จำได้ว่านั่งอ่าน นสพ แล้วก็งงๆนับเลขไม่ถูกกันเลยทีเดียว เศรษฐีก็หน้าตาแบบนั้นน่ะแหละ แต่คนทำมาหากินรวยไม่แปลก คนไม่ทำมาหากินและไม่ได้มรดกแต่ร่ำรวยนี่ซิแปลก ถูกไหม รายได้ที่declareไม่ได้ จำพวก หวย ซ่อง บ่อน ยาบ้า นั้น ไม่งาม ไม่งาม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดถึงมรดกก็ไม่แปลกนัก ถ้าเป็นคนกรุงเทพที่ลูกไม่เยอะเกินไป แล้วอยู่กรุงเทพมานานๆหลายสิบปีหรืออาจถึงร้อยปีแล้วจะมีทรัพย์สินนับร้อยล้านได้ ก็ที่ดินมันมูลค่าสูงขึ้นทุกวันนี่นา แต่ส่วนใหญ่ทรัพย์ก็มักโดนแปรรูปกันไป และที่สำคัญคนไทยก็มาหัดค้าหัดขายไม่กี่สิบปีนี้เอง หน้าที่พ่อค้านั้นแต่ก่อนเป็นของคนจีนในไทย แต่ในไทยไม่ได้แบ่งวรรณะชัดเจนเป็น กษัตริย์ แพศย์ พราหมณ์ ศูตร จัณทาล แบบในอินเดีย ฉะนั้น มันก็เลยเหลื่อมๆกัน แต่คนไทยมีปัญหาลูกมากหลายเมียทะเลาะตบตีแย่งสมบัติกัน พอผ่านไปหลายชั่วอายุคน ก็เลยไม่เหลือไรกันนัก ไม่เชื่อดู รอยรักรอยบาปดิ มันจะตายไป (เราชอบดูนมจั๊กจั่น) แต่สมัยนี้ใครๆก็โชว์ร่องอกเป็นปกติ ตะกี๊เปิดผ่านๆรายการน้อคเอ๊าท์ เป็นรายการโต้วาที พิธีกรชาย๑ ที่เหลือหญิง๕คนในจอ หญิง๕คนโชว์ร่องอกอกร่องกันหมดเลย แต่ไม่น่าดูนักหรอก ก็เลยไม่ดู นมจั๊กจั่นน่าดูกว่าเยอะ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาที่เรื่อง Private Banking ดีกว่า เราว่าเงินน่าสนใจกว่านมผู้หญิงอีก (ฮา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เรื่อยๆเขาก็พูดกันไปแบบนุ่มๆ ถึงว่าต้องบริการอะไรบ้าง แต่บริการพวกนี้ค่อนข้างเงียบๆ ไม่โฉ่งฉ่างอะไรนัก ก็ชื่อก็บอกแล้วว่า Private ก็ต้องส่วนตั๊วส่วนตัวซิ จริงไหม ? แต่ไงดีคนสมัยนี้เขาก็ชอบเปิดเผยเนอะ แบบซื้อเพชรซื้อไรก็ต้องออกข่าวต่อ ทำบุญก็ต้องอยากเป็นข่าวทางหน้า นสพ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ของกสิกร หน่วย Private Bankerนี่ก็มีราวๆ๒๐กว่าคน เราก็งงๆว่าทำไมน้อยจัง อ้อ ไม่ใช่พวกเจ้าหน้าที่สินเชื่อนะ พวกเจ้าหน้าที่สินเชื่อเขาก็จะแบ่งกันดูไป อย่างมีเพื่อนคนนึงที่เคยทำงานกสิกรก็ดูและลูกค้า ๒๕ ถึง๔๐๐ล้านไรงี้ ระดับ๕๐๐ ถึง๓๐๐๐ล้านก็ดูแลอีกแบบนึง แต่อันนั้นคือสินเชื่อ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลักษณะการทำงานคล้ายๆกับที่เขาโปรโหมทเรื่อง KVแพลน คือ เก็บเงินให้ลูกเรียนหรือใช้ยามเกษียณ แต่ว่า ถ้าคนมีเงินกว่าห้าสิบล้านแล้ว เขาไม่มีปัญหาต้องเก็บเงินให้ลูกเรียนหรอก เขาก็จะวางแผนทางการเงินที่เหนือระดับกว่านั้น เช่นแนะนำที่ดินแปลงงามๆแพงๆให้ หรือ จัดหาคอนเสริต์ดีดีให้ดูนิดหน่อย โอนเงินให้ลูกที่เมืองนอก อะไรเทือกๆนั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยเห็นในละครกันไหม ทนายประจำตระกูลน่ะ เราเชื่อว่าคนดูแลเงินให้กับตระกูลผู้มั่งคั่งทั้งหลายก็เป็นแบบนั้นแหละ ดูแลกันใกล้ชิดดั่งญาติสนิทกันเลยทีเดียว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอดีวันก่อนไปดูคอนเสริต์ ลีอา ซาลองก้ามากัน๓คนพ่อแม่ลูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(Lea Salonga with the Bangkok Symphony Orchestra, the magic of Disney and Broadway musicals)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เห็นว่าสปอนเซอร์รายใหญ่คือ Credit Suisse ก็เลยงงๆ จำได้ว่า เครดีซูสนี้มีโบร๊กเก้อร์เบอร์หลักทรัพย์นึงในไทย แต่สงสัยว่าเขาจะเข้ามาบริการในไทยหรืออย่างไร ก็เลยถามจากพวกทีมจัด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ญี่ปุ่นมีบริการ Private Banking ของ Credit Suisseโฆษณาออกทีวีกันเลยทีเดียว ไม่ดิต้องเรียกว่า Investment Banking มากกว่า เรียกว่า วาณิชธนกิจละกัน และก็มีหน่วย Asset Mangementด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้อ แต่เราไม่รวยไรนะ ไม่มีปัญญาไปดูคอนเสิดแพงๆสามคนเก้าพันบาทขนาดนี้หรอก แต่พอดีว่า เพื่อนสนิทพ่อเป็นนายวงBSO(ผู้จัดการ) ที่เล่น Back up ให้คุณ ลีอา ซาลองก้า เขาชวนมาดูรอบซ้อมใหญ่ก่อนเล่นจริงไม่กี่ชั่วโมง เราก็ไปกัน มีคนมาดูๆร่วมๆ๒๐คน สีสันเหมือนจริง ไฟสวย ลำโพงดี จำได้ว่าที่๐สิริกิต์นี้เคยมาดูคอนเสิร์ตวง BOND กะพ่อด้วย ตอนนั้นมีต้อมไปด้วย แต่จริงๆฮอลล์นี้ไม่ค่อยเหมาะกับคอนเสริต์นัก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันที่จริงเขาบอกว่า พฤหัสศุกร์หน้ามีวงมาจากญี่ปุ่นด้วยเล่นสลับกับBSO เสียดายเราไม่ว่างพอ ก็เลยอดไปดูสาวๆนักดนตรีคลาสสิคชาวญี่ปุ่น เขาบอกว่า ต้องการlaisonด้วย เราก็ขำๆ แหมๆ อยากเม้าๆภาษาญี่ปุ่นเหมือนกัน พวกวงออเคสตร้าเล่นสดนี่ทรงพลังกันจะตายไป ดูแล้วหนุกมากๆ และเสียงของนักร้องก็ทรงพลังที่สุดในโลกคนนึง เพลงดิสนี่ย์เพราะๆเธอร้องทั้งนั้น ไม่น่าเชื่อว่าปัจจุบันไม่มีการ์ตูนมือวาดดีดีแบบแต่ก่อนอีกแล้ว แต่ก่อนพ่อกะแม่พาเราไปดูทุกเรื่องเลย พอไปโตเกียวดิสนี่ย์ซีเราเลยอินมาก ทรายก็บ้าการ์ตูนและเพลงการ์ตูนเหมือนเรา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(สมัยเอเชี่ยนเกมส์ที่๐รังสิต พวกLaisonนี่หนุกกันสุดๆเลยเชียว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้สึกเหมือนว่ากำลังเดินอยู่ใน Tokyo Disney Sea มีเพลงเพราะๆเสียงลีอาเธอคลอตลอดเวลา เราชอบดิสนี่ย์ซีมากๆ ถ้ามีเงินมีเวลาพอไปอีก๑๐รอบก็ยังไหว แต่ดิสนี่ย์แลนด์โตเกียวก็คงไม่ไปอีกไม่ประทับใจเลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดิสนี่ซีไปหนแรกหนุกมากๆ ไปกะทราย(กรรณิการ์) วันนั้นฝนตกหนักแบบตอนนี้เด๊ะเลย แอบเข้าฟรีด้วย เรื่องนี้หนุกมาก ทรายก็คงจำได้แม่น จำได้เลย ทรายปลุกบอกว่า ๘โมงแล้วพี่ทศ เราก้อกระโดดเลย เย็ดเข้สายแล้ววววว เราจำได้เลยถ่ายรูปทรายตอนแปรงฟัน รูปนั้นสวยและประทับในความทรงจำแม่น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนหน๒ไปกะนุ้ย ไม่หนุกเลย เพราะพ่อไปด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาที่เรื่อง แบ๊งค์ดีกว่า Credit Swiss นี่ก็แปลก เป็นบัญชีที่ไม่มีดอกเบี้ยเงินฝาก แม่เราก็มี๑บัญชี มีตั้งแต่สมัยไปเรียนที่สวิสหลายสิบปีก่อน แต่สมัยตอนเราเด็กๆซักตอนมอต้น ตอนนั้นดอกเบี้ยเงินฝากสูงมากๆ ร่วมๆ๑๐เปอร์เซ็นต์ คิดดูละกันถ้ามีเงินสามร้อยหกสิบห้าล้าน ดอกเบี้ยออกได้วันละล้านบาทเลยนะเอ้า ใช้หมดไหมเล่าดอกเบี้ยวันละล้านบาท (ถ้าไม่เล่นการพนัน) แต่ปัจจุบันดอกเบี้ยไทยก็ต่ำติดดิน อ้อ อย่างญี่ปุ่นดอกเบี้ยต่ำไงไงก็ต้องฝากแบ๊งกันนะ เพราะพายุเข้ามากและแผ่นดินไหวตลอดปี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเราจะไปกลัวอะไรทำไม มีเงินก็หอบเงินไปฝากเมืองนอกก็ได้ แล้วเขาก็จะดูแลเงินให้คุณเองไม่ต้องห่วงหรอก HSBC CITIแบ๊ง ไรงี้ก็มีทั่วโลก พูดไทยฝากในไทยก่อนก็ได้ ฝากมากๆเดี๋ยวคุณก็จะกลายเป็นลูกค้าPrivate Banking เอง คือไงดี ถ้าพูดอังกฤษไม่ได้ก็มักไม่กล้าทำธุรกรรมทางการเงินอะไรแบบนั้นใช่ไหม ตอนนี้สะดวกจะตายไป อยากได้แฟลตในลอนดอน ก็ซื้อที่แสนสิริได้ เขาทำขายคนไทยรวยๆกันเลย สะดวกไหมติดต่อไทยๆได้เลย แต่ไงดีละ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นยุคนี้แล้ว คนรวยๆก็พูดอังกฤษได้ล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไหนๆก็พูดกันมาเรื่อยๆก็ต่อเรื่อง AMP ดีกว่า Automatic Millionaire Program คือ การออมเงินไปเรื่อยๆแล้ววันนึงก็จะได้เงินล้านเอง มีดอกเบี้ยอยู่บ้าง (ก็ชนะเงินเฟ้อได้ล่ะน่า) พอดีวันก่อนไป ตลท ฟังมา เรื่องนี้เราเฉยๆไม่ได้สนใจนักและเราก็คิดว่าความรู้เรามีพอหาเงินล้านได้(ซักวัน)(ฮา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(จนจะแย่แล้วยังมองโลกในแง่บวกเอ๊ยหลอกตัวเองได้)(๕๕๕) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แต่ไปเพราะ หนูดี คนสวยเขามาเป็นวิทยากร (พุธที่แล้ว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราอยากไปเห็นจะจะกะตาว่าสวยเหมือนในทีวีไหม และวันก่อนเพื่อนรักก็เล่าให้ฟังว่าน่ารักดี (มันไปฟังเพราะกสิกรเขาขอบคุณพวกลูกหนี้ร้อยล้านอย่างพ่อมันไปฟัง มันหล่อมาก ขออีเมลหนูดีมา เราด่าว่าทำไมหล่อขนาดมึงไม่ขอเบอร์วะ) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่งานนี้เราไปฟังของ บลจ. วรรณ เป็นโปรแกรม AMPนี่ล่ะ เราก็อยากชวนพวกเพื่อนๆไปฟังนะ แต่พอดีก็ขี้เกียจๆชวน และไงดีล่ะ เงินก็ควรจะออมกันบ้าง แล้วมีวิธีไหนที่ออมๆไปแล้วไม่ต้องดูแลไรนักแล้วได้ผลตอบแทนที่ดีใช้ได้ก็น่าทำใช่ไหมล่ะ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คือ เงินออม กับเงินใช้ กับ เงินเล่นหุ้นมันก็คนละส่วนกัน วันนั้นเขาพูดถึง กินอิ่มนอนหลับ เราฟังแล้วชอบใจ แบบเล่นหุ้นก็กินอิ่มแต่นอนไม่หลับ ซื้อตราสารหนี้ก็นอนหลับสบายใจแต่ผลตอบแทนไม่ได้เรียกว่ากินอิ่ม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้อ หนูดี สวยดี แต่ดูแก่กว่าที่คิด จริงแล้วจดเลคเช่อร์มาตั้ง๕หน้าแน่ะ แต่ความลับทางสมองทำให้เราเปิดเผยเรื่องนี้ไม่ได้ หนูดีบอกว่าถ้าเปิดเผยไปแล้วเขาจะมาหักคอเรา เอิ๊กๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เยย็ดเข้ ตี๑ครึ่งแล้ว ไปดีกั่ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝันดีนะจ๊ะ หนูดี และเพื่อนๆ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/14537369-788714446340914137?l=toastose.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content>


bact #5 IT

[สรุป] Hight and Low Thai: Views from Within (A.V.N. Diller 1985)

&lt;p&gt;บันทึกย่อเอกสารที่เรียน เอามาแปะไว้ในบล็อกเผื่อจะมีใครชวนคุย. อันนี้จากวิชาภาษาในสื่อสารมวลชน คณะศิลปศาสตร์ เป็นเอกสารชิ้นแรกที่อ่านในวิชา (ตอนนี้จะหมดเทอมแล้ว). ในบันทึกนี้ผมข้ามรายละเอียดไปเยอะ เพื่อยัดมันให้ลง 1 หน้า A4 (ตัวเอกสารเองผมก็อ่านไม่จบดีด้วย ข้าม ๆ บางส่วนไป). ขอบคุณ Rikker Dockum &lt;a href="http://twitter.com/thai101"&gt;@thai101&lt;/a&gt; ที่ส่งเอกสารหน้าที่ขาดหายไปให้.&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดาวน์โหลด &lt;a href="http://arthit.googlepages.com/diller-high-low-thai-review-arthit.pdf"&gt;PDF&lt;/a&gt; (81K), &lt;a href="http://arthit.googlepages.com/diller-high-low-thai-review-arthit.odt"&gt;OpenDocument&lt;/a&gt; (18K)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;หลังจากอ่านเอกสารนี้ เราอ่านอีกสองชิ้น ที่เกี่ยวกับภาษาในสื่อไทย. อันหนึ่งเกี่ยวกับการจำแนกระดับภาษาในหนังสือพิมพ์ไทย การใช้ภาษาในหัวข่าว คอข่าว ตัวข่าว โดยอิงตาม High Thai และ Low Thai ของ Diller (Khanittanan, Wilaiwan. 2007, Language of the news media in Thailand). อีกอันดูการสร้างและการใช้แสลงการเมือง (Srinarawat, Deeyu. 2007, Thai political slang: formation and attitudes towards usage).&lt;/p&gt; &lt;p&gt;----&lt;/p&gt; &lt;p&gt;Anthony Diller เสนอว่า &lt;strong&gt;‘ภาษา’&lt;/strong&gt; นั้นสามารถหมายถึง &lt;strong&gt;‘ระดับภาษา’&lt;/strong&gt; หรือ ‘language subform’ (&lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Edward_Sapir" title="Edward Sapir"&gt;Edward Sapir&lt;/a&gt;) หรือ ‘style’ หรือ ‘register’ (&lt;a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Michael_Halliday" title="Michael Halliday"&gt;Michael Halliday&lt;/a&gt;) โดยยกตัวอย่าง register ในภาษาไทย ได้แก่ ภาษาราชการ, ภาษากฎหมาย, ภาษาการศึกษา, ภาษาตลาด, ภาษาหนังสือ, ภาษาพูด, ภาษาปาก. นักการศึกษาไทยสังเกตว่าความแตกต่างระหว่าง ‘ระดับภาษา’ ดังกล่าว ขึ้นอยู่กับ บริบททาง ‘กาละเทศะ’ (โอกาส-ตำแหน่ง) เช่น ตำแหน่งทางสังคมโดยเปรียบเทียบและความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างคู่สนทนา. Diller ยกตัวอย่างที่อนุมานราชธนพูดถึงการใช้ภาษาที่ดัดจริตหรือใช้เต็มรูปแบบเกินไป เป็นตัวชี้ว่านักวิชาการไทยได้ตระหนักถึงการแบ่งระดับภาษามานานแล้ว. Diller ระบุว่า การที่เขาเลือกใช้คำว่า ‘ระดับภาษา’ หรือ ‘register’ นั้น เป็นความตั้งใจ เพื่อบอกว่า เมื่อนักวิชาการไทยอภิปรายกันเรื่องภาษาศาสตร์สังคม (sociolinguistics) นั้น พวกเขามักจะหมายถึงตัว ‘ระดับภาษา’ นี้ แม้พวกเขาจะใช้คำว่า ‘ภาษา’ เฉย ๆ ก็ตาม.&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;a href="http://books.google.co.th/books?id=sDDOWJI0w4YC&amp;printsec=frontcover#v=onepage&amp;q=&amp;f=false" title="William J. Gedney's comparative Tai source book"&gt;William J. Gedney&lt;/a&gt; ตั้งข้อสังเกตว่าชาวต่างชาติรุ่นก่อน ๆ ที่ศึกษา&lt;strong&gt;ราชาศัพท์&lt;/strong&gt; เข้าใจผิดว่ามันเป็นภาษาอีกภาษาต่างหาก แต่เขาเห็นว่ามันเป็นเพียงระบบการแทนคำศัพท์หนึ่งด้วยอีกคำศัพท์หนึ่งเท่านั้น (a system of lexical substitutions) กล่าวคือเป็นเพียง ‘ระดับภาษา’ อีกระดับ. โดยบริบทในการเลือกระดับภาษานี้ มีทั้ง บริบทภายใน และ บริบทภายนอก. ตัวอย่างของบริบทภายในคือ เมื่อสามัญชนพูดถึงเจ้า ก็อาจใช้ราชาศัพท์, ส่วนบริบทภายนอก เช่น ตำแหน่งทางสังคมของคู่สนทนา ดังได้กล่าวไปแล้ว. อย่างไรก็ตาม Diller เสนอว่าการแบ่งระดับภาษาในภาษาไทยนั้น ไม่ได้เป็นการแบ่งในลักษณะ diglossia ที่มีระดับภาษาสองระดับ สูง-ต่ำ (High Thai และ Low Thai) เพื่อประสงค์การใช้งานที่แบ่งแยกกันชัดเจน. แต่ระดับภาษาในภาษาไทยนั้นมีหลายระดับ สูง-ต่ำ&lt;em&gt;โดยเปรียบเทียบ&lt;/em&gt; ตามมิติการใช้งาน สังคม และภูมิศาสตร์. Diller เรียกการแบ่งแบบนี้ว่า diglossic register differentiation หรือ diglossic subforms (น. 52-53).&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ในเรื่อง&lt;strong&gt;ความแตกต่างระหว่างระดับภาษาสูงกับต่ำ&lt;/strong&gt;นี้ Diller ตั้งข้อสังเกตว่า ความแตกต่างจะพบได้มากที่สุดในชนบท ที่ซึ่งภาษาท้องถิ่นแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากภาษากลาง (Central Thai ซึ่งให้ความหมายทั้งทางภูมิศาสตร์และทางการปกครอง) แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นภาษาเดียวกันอยู่. สิ่งหนึ่งที่ Diller ใช้ชี้ให้เห็นว่ามีความแตกต่างที่มากกว่าในชนบท ก็คือความรู้สึกสำนึก (conscious) ใน&lt;strong&gt;การพัฒนาทักษะภาษา&lt;/strong&gt; (language acquisition). เด็กในชนบทจะมีสองช่วง คือ เรียนรู้ระดับภาษาท้องถิ่นในช่วงปฐมวัย และเรียนรู้ระดับภาษากลางเมื่อเข้าศึกษาในโรงเรียน (formal education). ในขณะที่เด็กในเมือง ซึ่งคนรอบ ๆ ใช้ภาษากลางอยู่แล้ว จะเรียนรู้ภาษากลางตั้งแต่ในช่วงปฐมวัย ส่วนการศึกษาในโรงเรียนนั้นเพียงเพิ่มเติมคำศัพท์หรือภาษาพิธีกรรมเฉพาะเท่านั้น. กล่าวคือ โดยเปรียบเทียบแล้ว เด็กในชนบทจะเรียนรู้ภาษากลางอย่างมีสำนึกมากกว่าเด็กในเมือง (น. 53).&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;ไวยากรณ์&lt;/strong&gt;ของภาษาไทยนั้น ได้รับอิทธิพลมาจากสองแหล่งภาษาใหญ่ ตามอิทธิพลทางความคิดในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งใช้ภาษาเหล่านั้น คือ ไวยากรณ์บาลี-สันสกฤต และ ไวยากรณ์กรีก-ละติน (ผ่านภาษาอังกฤษ) โดยคำที่ใช้เรียกส่วนประกอบในไวยากรณ์กรีก-ละติน ถูกแปลเป็นไทยโดยใช้คำบาลี-สันสกฤต (น. 54).&lt;/p&gt; &lt;p&gt;สำหรับ&lt;strong&gt;ชุดคำศัพท์&lt;/strong&gt; สมัยสุโขทัยภาษายังไม่มีการแบ่งระดับมากเท่าทุกวันนี้ คำศัพท์ที่ใช้ก็ใช้คำเดียวกันกับผู้อยู่ในระดับสังคมต่าง ๆ กัน เช่น ใช้คำว่า ‘ตีน’ กับพระพุทธเจ้า ใช้คำว่า ‘กู’ กับเจ้า. ชุดศัพท์เขมร-อินเดียนั้นสำคัญมากในการแยกระดับภาษา (register differentiation) โดยคำในภาษาเหล่านี้เข้ามาก่อนทางศาสนาพุทธ และต่อมาใช้ในวัง และใช้ในกวีจากในวัง (น. 55). รัชกาลที่ 4 ให้ความสนใจการใช้ภาษาให้ถูกต้องตามแบบแผน มีการกำหนดลักษณนาม กำหนดการใช้คำต่าง ๆ และแสดงความไม่พอใจที่หนังสือพิมพ์ใช้คำ ‘สำเนียงไพร่เลว’ ไม่ใช้คำ ‘สำเนียงผู้ดี’. การใช้คำทับศัพท์ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้กันแพร่หลาย ไม่ได้รับการยอมรับ มีการคิดคำศัพท์ไทยใหม่ ๆ เพื่อแทนคำทับศัพท์ โดยใช้คำบาลี-สันสฤกตมาสร้างคำใหม่เหล่านี้ (น. 56). เรื่องคำศัพท์นี้ ยังมีเรื่องการเลือกใช้ หรือ lexical variation ที่พูดถึงระดับคำที่ไม่ชัดเจนตายตัว ว่าคำไหนสูงคำไหนต่ำ แต่เป็นลักษณะ ‘สูงกว่า’ ‘ตำ่กว่า’ และคำต่ำก็ถูกใช้ทั่วไปได้ เช่น ‘ตีนแมว’ และการเลี่ยงคำบางคำที่มีความหมายไม่ดีหรือความหมายออกไปทางเรื่องเพศ-โดยเฉพาะในคำราชาศัพท์ (น. 59-62). นอกจากนี้ยังมีเรื่อง personal references (อะไร-อันใด; ใคร-ผู้ใด; ที่-ซึ่ง) ซึ่งเลือกใช้ตามเพศ ความใกล้ชิด ความเป็นทางการ (น. 63-64) และ deixis (นี่-นี้; นั่น-นั้น) ซึ่งเกี่ยวข้องกับภูมิศาสตร์ด้วย (น. 64). คำบุพบท (prepositions) บางอันปกติละได้ แต่เมื่อต้องการแก้ปัญหาความกำกวมก็จะถูกใช้แบบเต็ม การใช้คำบุพบทอย่างชัดแจ้ง บ่งถึงภาษาระดับสูง (น. 66-69).&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;strong&gt;การออกเสียง&lt;/strong&gt;ก็แยกระดับภาษาเช่นกัน เช่น ความแตกต่างระหว่าง /ร/ กับ /ล/ ซึ่งชาวไทยเชื้อสายจีนมีแนวโน้มจะออกเสียง /ร/ เป็น /ล/ (cluster loss) ความกลัวที่จะทำ /ร/ หาย นี้ นำไปสู่การแก้จนเกิน (overcorrection) ที่ใช้ /ร/ แทน /ล/ ในที่ที่ควรใช้ /ล/ และการกระดกลิ้นเพื่อออกเสียง /ร/ จนมากเกิน (over-rolled), การเติมเสียง -s ท้ายคำ หรือการขึ้นเสียงสูงท้ายประโยคเพื่อแสดงว่าเป็นคำถาม ซึ่งได้อิทธิพลมาจากภาษาอังกฤษ (น. 57-59).&lt;/p&gt; &lt;p&gt;ในตอนท้าย Diller เสนอว่า ความแตกต่างของระดับภาษามีเรื่อง&lt;strong&gt;ความขัดแย้งทางวัฒนธรรม&lt;/strong&gt;อยู่ด้วย ซึ่งสะท้อนออกมาในความขัดแย้งทางระบบการศึกษา การศึกษาและสอนภาษาตามแนว prescriptive (มีภาษาแบบแผนในอุดมคติที่ถูกต้อง) และ descriptive (ภาษาอย่างที่มันเป็น).&lt;/p&gt; &lt;h2&gt;เอกสารอ้างอิง&lt;/h2&gt; &lt;p&gt;Diller, A. 1985, “High and low Thai: views from within”, in &lt;em&gt;Papers in Southeast Asian Linguistics&lt;/em&gt; No.9, ed. D. Bradley, vol. 9, pp. 51-76. Pacific Linguistics, the Australian National University. Available from Southeast Asian Linguistics Archive: &lt;a href="http://sealang.net/sala/htm/DILLERAnthonyVN.htm"&gt;http://sealang.net/sala/htm/DILLERAnthonyVN.htm&lt;/a&gt;&lt;/p&gt; &lt;p&gt;&lt;small&gt;technorati tags: &lt;a href="http://technorati.com/tag/High+Thai" rel="tag"&gt;High Thai&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/Low+Thai" rel="tag"&gt;Low Thai&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/Thai+language" rel="tag"&gt;Thai language&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/register" rel="tag"&gt;register&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/sociolinguistics" rel="tag"&gt;sociolinguistics&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://technorati.com/tag/linguistics" rel="tag"&gt;linguistics&lt;/a&gt; &lt;/small&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6296791-6183118115926934305?l=bact.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;img src="http://feeds.feedburner.com/~r/bact/~4/uXDRL8AP0G0" height="1" width="1"/&gt;</content>