NOT SIIT.NET webboard / read message
This is it.

topic id 2139 | forum talks | read 4411 | answer 23

สน.พระโขนง-วันที่ 20 ก.พ.เมื่อเวลา 04.00 น. ร.ต.อ.มนตรี ปั้นหยี ร้อยเวรสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพระโขนงรับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตถูกยิงภายในลิฟล์อาคารซีวัน แมนชั่น ( C. One ) เลขที่ 414 ซอยสุขุมวิท 50 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ นิลคูหา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและผู้บังคับบัญชาระดับสูงท่ามกลางบรรดาไทยมุงเป็นจำนวนมาก

จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ถึงกับผงะเมื่อพบว่าผู้ตายคือนักร้องชื่อดังค่ายเบอเกอร์รี่มิวสิค " โจ้ " วงพอสหรือนายอัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์ อายุ 31 ปีซึ่งพักอยู่ห้องเลขที่ 1714 ชั้น 7 แต่งกายในชุดกางเกงขาสั้นสีดํา เสื้อคอกลมขาว สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม.เข้าที่บริเวณขมับขวาทะลุกระโหลกซ้ายจำนวน 1 นัดเลือดไหลสาดกระจายท่วมตัวเสียชีวิตในลักษณะนั่งกับพื้นและพบอาวุธปืนขนาด 11 มม.ตกอยู่ข้างกายผู้ตาย นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันตกอยู่ภายในลิฟล์จำนวน 1 ปลอกด้วย

พ.ต.อ.นรบุญ แน่นหนา ผู้กำกับการ สน.พระโขนง กล่าวว่า จากการสอบสวน นายสํารวย สาลี อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ของอาคาร ทราบว่า เห็นลิฟต์จอดผิดสังเกต จึงกดลิฟต์เรียกลงมา ก็พบศพนายอัมรินทร์ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง มาตรวจสอบ

จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบปืนกล๊อกตกอยู่ข้างศพ และปลอกกระสุนหนึ่งนัด จากการสืบสวนเบื้องต้นน่าเชื่อว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย โดยสันนิฐานจากหลายเหตุการณ์ประกอบกัน อาทิ ปืนมีใบอนุญาตเป็นชื่อของผู้ตาย กระสุนเข้าขมับด้านขวา กระสุนทะลุขมับซ้ายไปชนผนังลิฟต์

ซึ่งจากลักษณะดังกล่าว ทำให้ไม่มีที่ว่างให้ผู้อื่นยื่น นอกจากนี้ยังมีประวัติทานยากล่อมประสาท และยังพบจดหมายในห้องพักของผู้ตาย เขียนระบายความในใจว่า เครียดเรื่องเล่นพนัน ก่อนหน้านี้ เคยไปบวชพระมาก่อน และเคยนำปืนมาเล่น จนปืนลั่นถูกนิ้ว

ผกก.สน.พระโขนง กล่าวว่า การจะสรุปว่า เป็นการฆ่าตัวตายหรือฆาตกรรมนั้น คงต้องรอผลการสอบสวนที่ชัดเจน และผลการพิสูจน์หลักฐานจากกองพิสูจน์หลักฐานก่อน เพราะยังมีจุดน่าสงสัยว่า ถ้าฆ่าตัวตาย ทำไมถึงยิงตัวเองในลิฟต์ และห้องพักก็เปิดแอร์อยู่ ไม่ได้ล๊อคห้องพัก

และขณะเดินมาตามเพื่อนข้างล่าง ลักษณะการแต่งกายใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น และในตัวไม่ได้พกอะไรออกมา แต่กลับถือปืนติดตัวออกมาด้วย แต่ตำรวจพอทราบสาเหตุบ้างแล้ว ขณะนี้ติดต่อกับนายเต้ เพื่อนผู้ตายที่มาส่ง และพูดคุยกับผู้ตายเป็นคนสุดท้ายได้แล้ว หลังสอบปากคำแล้ว คงจะทราบว่าอะไรเป็นอะไรมากขึ้น

สำหรับนายอัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์ นั้นอายุ 31 ปีอยู่บ้านเลขที่ 264 ตําบลอุทัยใหม่ อําเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เกิดวันที่ 14 ตุลาคม 2514 จบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

ประวัติวงพอส

พอสรวมตัวกันจาก นอ, เอ และ บอส 3 น.ศ.ภาควิชาดุริยางคศาสตร์ ม.ประสานมิตร และได้ ' โจ้ ' นักร้องนำเสียงมหัศจรรย์จากเวทีประกวดฝีมือทางดนตรีของนักศึกษา โค้ก มิวสิค อวอร์ด แต่ละคนมีแนว เพลงที่ชอบแตกต่างกันไปแต่ในที่สุดเค้าก็กลั่นกันออกมาเป็นอัลบั้มแรกได้ในชื่อชุด "Push Me Again" มีเพลงฮิตติดอันดับยาวนานอย่าง "ที่ว่าง" ตามด้วยอัลบั้มชุดที่ 2 "Evo. & Nova" และล่าสุดกับ "Mild" Bangkok in 1995
Wed, 20 Feb 2002 13:22:19 -   kom

[1] ซ้ำอะโทษ ลืมดู แต่นี่เป็นอีกเล่มนะ
Wed, 20 Feb 2002 13:29:48 -   kom

[2] เฮ้อ ไม่น่าเลยเนอะ
แย่จัง
Wed, 20 Feb 2002 16:01:54 -   mu_oon

[3] ถ้าฆ่าตัวตายแล้วทำไม
ปืนไม่อยู่ในมือวะ

ปืนตอบหน่อยเด๊ะ อยู่ในเหตุการณ์ไม่ใช่เหรอ
Wed, 20 Feb 2002 16:32:34 -   YongYi

[4] น่าสงสัยคือทำไมต้องมายิงในลิฟ แล้วก็ ในห้องก็เปิดแอร์ไว้ ไม่ได้ล็อกด้วยแถม ไม่ได้เอาอะไรลงมาด้วยนอกจากปืน แถมตอนนี้ตำรวจกำลังไปดูว่าเพลงสุดท้ายที่เปิดฟังในห้องเป็นเพลงอะไร
Wed, 20 Feb 2002 16:43:48 -   kom

[5] ประโยชน์ที่ใด หากเธอทำร้ายตัวเอง
Wed, 20 Feb 2002 17:21:24 -   kom

[6] กูว่าปืนลั่นว่ะ
แบบจ่อหัวเล่นไง
อาจลืมไปว่ากูใส่ลูกไว้อ่ะ
Wed, 20 Feb 2002 19:55:01 -   BiGGA

[7] ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าอ่ะ

ดูภาพประกอบจากข้างบน ลักษณะที่พี่เขาตาย... ฟุปไปที่ผนังลิฟท์... เลือดที่บ่าขวาเต็มเลย...
อ่านข่าว ยิงขมับขวาทะลุซ้าย... ปืนตกอยู่ปลายเท้าซ้าย... พบปลอกกระสุนตกอยู่ 1 ปลอก...

ไม่รู้ว่าทำไม แต่รู้สึกขัดใจอย่างมากเลย... นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าทำไม... โอย... อึดอัด...

จะต้องนึกให้ออกให้ได้ ขอเอาชื่อ BiGGA เป็นเดิมพัน
Wed, 20 Feb 2002 20:47:47 -   

[8] สงสัยคงดู "เกมกำจัดจุดอ่อน" มันคงพบตัวเองว่าเป็นจุดอ่อน จึงกำจัดตัวเองเสียเลยกระมัง

คุณ! คือ จุดอ่อน!! เชิญออกไปได้แล้วค่ะ
เปรื้ยง!!
Wed, 20 Feb 2002 21:03:00 -   gCC

[9] ก็มันทะลุขมับขวา ซึ่งเป็นมุมอับ (ติดกับผนังลิฟท์) มันก็เลยกลายเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ตำรวจคิดว่าฆ่าตัวตาย

แต่เรื่องตพแหน่งปืนนั้น --> มือกระตุก ??
Wed, 20 Feb 2002 23:58:37 -   xonez

[10] เออ เอาBiGGAเป็นเดิมพันด้วย
ขอบใจว่ะ
Thu, 21 Feb 2002 00:40:18 -   BiGGA

[11] ข่าวมี 3 อย่าง
1.เครียด แฟนหนุ่มทิ้ง (เป็นเกย์)
2.หนีหนี้พนัน
3. เครียด


1.
รักขมเป็นเหตุ "โจ้ " ฆ่าตัวตาย ถูกทิ้งทำใจไม่ได้

ตำรวจสรุป "โจ้" นักร้องนำวง "พอส" ใช้ปืนจ่อยิงขมับตัวเองในลิฟต์ เหตุเพราะคู่รักไม้ป่าเดียวกันตีจากไปหาผู้หญิง เผยมีปากเสียงกันอย่างหนัก จนอีกฝ่ายรีบขับรถออกไปข้างนอก ฝ่ายนักร้องหนุ่มรีบลงลิฟต์ตามลงมา แต่ไม่ทัน ย้อนกลับขึ้นไปก่อนตัดสินใจปลิดชีพตัวเองหนีปัญหา ด้านพ่อเผยเพิ่งพบหน้าลูกก่อนเสียชีวิต 1 วัน ยอมรับมีเพื่อนชายมาค้างด้วยเสมอ แต่ไม่เชื่อว่าลูกชายจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย ระบุมีปัญหา เคยให้พ่อกู้เงินธนาคารให้เพื่อน แต่เพื่อนตัวแสบเบี้ยว ไม่ใช้หนี้แถมยังข่มขู่ จนต้องซื้อปืนไว้ป้องกันตัว

http://www.komchadluek.com/shownews/news/836388.html

2.คนสนิท 'โจ้' ยืนยัน ยิงตัวเอง อุทิศศพให้กาชาด

จากเหตุการณ์ที่นายอัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์ หรือโจ้ อายุ 31 ปี นักร้องนำวงพอส ถูกพบเป็นศพถูกยิงด้วยกระสุนปืน ขนาด 9 มม. ที่ขมับขวาทะลุซ้าย ตายปริศนา ภายในลิฟต์ของอาคารซีวันแมนชั่น ซอยสุขุมวิท 50 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. เมื่อเช้ามืดวันที่ 20 ก.พ. ในชั้นต้นจากการตรวจสถานที่เกิดเหตุและสอบปากคำพยานของตำรวจ สน.พระโขนง เจ้าของท้องที่ ยังคงมุ่งใน 2 ประเด็นคือ เป็นเรื่องฆาตกรรม หรือไม่ก็เป็นเหตุฆ่าตัวตาย

http://www.thairath.com/today/ntoday/page1/p1_1.html


3.ยันโจ้-วงพอสยิงตัวตาย!เครียดหนี้พนัน
เผยชนวนเหตุนักร ้องดัง "โจ ้ วงพอส" ระเบิดขมับฆ ่าตัวตายคาลิฟท ์ในแมนชั่น เพื่อน ๆ ถึงกับช็อกยืนยันไม ่เกี่ยวเรื่องการพนันหรือยาเสพติด ระบุผู ้ตายเป็นคนจิตใจอ ่อนไหวมีเรื่องในใจมักเก็บไว ้คนเดียว เคยพูดเป็นนัยว ่ามีปัญหาที่บอกใครไม ่ได ้ แถมทำเรื่องบริจาคอวัยวะให ้สภากาชาดแสดงให ้เห็นความตั้งใจลาโลก "จงรัก" เรียกสอบเพื่อนชายที่อยู ่ด ้วยคนสุดท ้าย แฟนสาว น ้องสาว รวมทั้งนักร ้องสาวรุ ่นใหญ ่ "ตุ ๊ก วิยะดา" เจ ้าของร ้านที่โจ ้เป็นหุ ้นส ่วนและร ้องเพลงอยู ่ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว ่านักร ้องหนุ ่มขาดความมั่นใจในตัวเองและจิตใจอ ่อนไหว ก ่อนหน ้าเคยยิงมือตัวเองทะลุมาแล ้วเพราะอกหัก เพื่อนเป็นห ่วงคอยดูแลใกล ้ชิดนึกไว ้แล ้วต ้องเกิดเหตุการณ ์นี้สักวัน ผบช.น.ระบุพบผู ้ตายเขียนคำสัญญาจะเลิกเล ่นการพนัน ด ้านพ ่อนักร ้องหนุ ่มบอกลูกชายเคยมาบ ่นเรื่องความรักต ่างชนชั้นที่ยากจะเป็นไปได ้

http://www.dailynews.co.th/news/27489.html
Thu, 21 Feb 2002 10:05:42 -   hoho

[12] ไม่นึกเหรอ ว่าไอ้นี่น่ะมันอาจจะเป็นอุบัติเหตุ....

แบบว่า เกิดความบิดเบี้ยวในมิติเวลา
จริงๆ พี่โจ้ยิงปืนไปข้างหน้าเล่นๆ
แต่ลูกกระสุน มันดันวิ่งพลัดหลงเข้าไปในช่องว่างของมิติ
ซึ่งพอดีเกิดการโค้งงอพอดี
แล้วที่โชคร้ายก็คือ
ปรากฏว่า มันดันบิดไปในทางที่ย้อนกับทิศทางเดิม
ลูกกระสุนมันก็วิ่งต่อจากจุดนั้น ทะลุเข้าหัวพี่เค้า

ดังรูป

P'Jo -- ----- (bullet) --->

P'Jo *@$ (bullet) @$* ..ความบิดเบี้ยวของมิติ

P'Jo <----(bullet)-----


(bullet) คือ ลูกกระสุน
---> คือทิศทางการวิ่ง

อ่า... เรื่องนี้ไม่ได้โม้นะคร้าบ
ตามทฤษฎีแล้วมีทางเป็นไปได้นะคร้าบ
Thu, 21 Feb 2002 11:39:09 -   

[13] พี่โจ้เนี่ยนะเกย์ โอ้ ไม่จริง โลกนี้ยังมีสาวสวยอย่างเราเยอะแยะ ไม่น่าคิดสั้นเลยอ่ะ
Thu, 21 Feb 2002 12:38:44 -   Yoyo

[14] คงต้องอีกสักพักถึงจะรู้แน่
Thu, 21 Feb 2002 13:15:33 -   kom

[15] พ่อ 'โจ้' ไม่เชื่อ วอน อย่ารีบสรุป ลูกฆ่าตัวตาย


แม้ตำรวจจะสรุปเบื้องต้นว่า การตายของนายอัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์ หรือ "โจ้" นักร้องนำวง "พอส" สังกัดค่ายเบเกอรี่มิวสิค ที่พบศพภายในลิฟต์อาคารแมนชั่นหรูกลางกรุง จะมาจากความผิดหวังในเรื่องของความรักไม้ป่าเดียวกัน แต่ครอบครัวคนใกล้ชิดก็มีเหตุผลแวดล้อมที่มั่นใจว่า "โจ้" ไม่ฆ่าตัวตาย และวอนตำรวจอย่าด่วนสรุปคดี เงื่อนงำการเสียชีวิตของนักร้องนำชื่อดังจึงต้องค้นหาคำตอบต่อไป

นายสกล เหลืองบริบูรณ์ พ่อของ "โจ้" ไม่เชื่อลูกชายของตัวเองฆ่าตัวตาย เนื่องจากผลการชันสูตรศพที่พบแนววิถีกระสุนทะแยงขึ้น เพราะโดยปกติคนฆ่าตัวตายจะมีวิถีกระสุนอยู่ในแนวระนาบ อีกประการหนึ่ง "โจ้" เป็นคนถนัดขวา ถึงแม้จะมีรอยกระสุนที่ขมับด้านขวาเช่นกัน แต่เพราะเหตุใดปืนจึงไปตกที่เท้าซ้ายซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่ง เห็นว่ายังมีเงื่อนงำคล้ายกรณีของนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานครที่ยิงตัวตาย

"ก่อนหน้านี้ โจ้เคยเล่าให้ฟังว่า มีเรื่องบาดหมางกับคนที่รู้จักที่ยืมเงินไปแล้วไม่ใช้คืน พอทวงมากๆ เข้าก็ถูกปืนขู่ ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่โจ้ต้องพกปืนตลอดเวลา"

พ่อของ "โจ้" บอกด้วยว่า ได้ดูสภาพศพของลูกชายอย่างละเอียด เชื่อว่า "โจ้" น่าจะถูกทำร้ายร่างกายก่อนด้วยเพราะที่เบ้าตาซ้ายเขียวเป็นจ้ำ ซึ่งจะปรึกษาทนายความว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ฝ่ายตำรวจเร่งสรุปคดีว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ต้องการให้มีการสอบข้อมูลต่างๆ ให้รอบด้านก่อน

ด้านนางนภาพันธ์ เหลืองบริบูรณ์ พี่สาวของผู้ตายบอกว่า สนิทกับ "โจ้" มาตั้งแต่เด็ก รู้ว่าน้องชายไม่ใช่คนท้อถอยกับปัญหาและไม่ใช่คนที่หุนหันพลันแล่น จึงไม่เชื่อว่า "โจ้" จะฆ่าตัวตายเชื่อว่าน่าจะเป็นการจัดฉาก

"เวลาโจ้มีปัญหาหนักก็จะโทรมาคุย ซึ่งก่อนหน้าจะตายก็ไม่เคยโทรมาปรึกษาอะไร จึงไม่เชื่อว่าโจ้จะมีความทุกข์ถึงขั้นต้องฆ่าตัวเอง"

นางนภาพันธ์บอกด้วยว่า เพื่อนหญิงที่สนิทของโจ้ มาเล่าให้ฟังว่า ในวันเกิดเหตุ "โจ้" บอกเพื่อนหญิงให้ช่วยโทรศัพท์ไปปลุกด้วยตอน 11 โมงเช้า "ถ้าคนจะฆ่าตัวตาย ทำไมต้องบอกให้เพื่อนโทรไปปลุก"

งานศพเงียบเหงา สวด 5 วันเผา

ส่วนบรรยากาศที่วัดมณีสถิตกปิฎฐาราม (วัดทุ่งแก้ว) ในเขตเทศบาลอำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เมื่อคืนวันที่ 20 ก.พ. ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานศพของ "โจ้" วันแรกนั้น บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าสร้อยและเงียบเหงา ผู้มาร่วมงานมีเพียง 70-80 คน ส่วนคนในวงการบันเทิงมีเฉพาะเพื่อนๆ ร่วมวงพอสที่มาร่วมพิธีสวดศพและก็เดินทางกลับ

ขณะที่บริษัทค่ายเทปชื่อดังทั้งอาร์เอส โปรโมชั่น และเบเกอรี่มิวสิค ได้ส่งตัวแทนมาร่วมงานพร้อมกับนำหรีดมาร่วมอาลัยซึ่งทั้งศาลาตั้งพิธีศพมีอยู่แค่เพียง 6 พวงหรีด โดยที่เหลือเป็นของเพื่อนๆ และญาติพี่น้อง

นายสกล กล่าวเพิ่มเติมกับ "คม ชัด ลึก" ว่า ยังทำใจไม่ได้ที่ต้องมาสูญเสียลูกชายไปอีกคนหนึ่ง ทั้งนี้เพราะเขามีลูกชายอยู่ 2 คน เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 41 ก็สูญเสียบุตรชายคนสุดท้องชื่อนายอุกฤษ เหลืองบริบูรณ์ ที่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุโดยยังเก็บศพเอาไว้ที่วัดทุ่งแก้วแห่งนี้

"ตอนแรกว่าจะเก็บศพโจ้ ไว้เหมือนกัน แต่ตามธรรมเนียมไทยจะไม่เก็บศพพี่น้องไว้ร่วมกัน จึงคิดว่าเมื่อตั้งสวดครบ 5 วันแล้วก็จะทำการเผาศพเลย" นายสกลกล่าว

ศพตายปริศนาในลิฟต์แมนชั่นหรู

"โจ้" นักร้องนำวง "พอส" อายุ 30 ปี สังกัดค่ายเบเกอรี่มิวสิค เสียชีวิต และถูกพบศพในลิฟต์อาคารซีวันแมนชั่น เลขที่ 414 ซอยสุขุมวิท 50 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. วันที่ 20 ก.พ.

หลังได้รับแจ้งเหตุจากยามของซีวันแมนชั่น ร.ต.อ.มนตรี ปั้นหยี ร้อยเวรสถานีตำรวจนครบาลพระโขนง ได้แจ้งผู้บังคับบัญชา และรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุซึ่งก็ต้องฝ่าวงล้อมของไทยมุงเข้าไปดูสภาพศพของโจ้ ที่อยู่ในลิฟต์

สภาพศพของโจ้ แต่งกายชุดกางเกงขาสั้นสีดำ เสื้อยืดสีขาว นั่งพับกับพื้นพิงร่างกับผนังลิฟต์ เลือดนองรอบตัว ที่ขมับขวามีรอยกระสุนปืน 1 นัด ข้างตัวพบปืน 9 มม.ยี่ห้อกล็อก และปลอกกระสุนขนาดเดียวกันตกอยู่ 1 ปลอก

หลังตรวจสอบลิฟต์ที่เกิดเหตุแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจค้นห้องพัก 1714 ชั้น 7 ของโจ้ พบว่าสภาพห้องเรียบร้อย ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ เครื่องปรับอากาศและเครื่องเล่นซีดียังคงเปิดทิ้งไว้ และยังพบกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวนหนึ่ง รวมทั้งยาแก้เครียด

เพื่อนชายมาส่งก่อนเกิดเหตุ

พล.ต.ต.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งแนวทางการสอบสวนไว้ 2 ประเด็น คือ ฆาตกรรม และฆ่าตัวตาย แต่เรื่องฆาตกรรมเพื่อชิงทรัพย์นั้นต้องตัดทิ้งไปเพราะสภาพผู้ตายสวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น ไม่มีทรัพย์สินติดตัว ส่วนประเด็นการจ้างวานฆ่า พิจารณาแล้วพบว่าปืนเป็นของผู้ตายเอง และหากถูกฆ่ามือปืนก็ต้องเอาปืนกลับไปด้วย ดังนั้น ประเด็นฆ่าตัวตายจึงมีน้ำหนักมากที่สุด

"จากการสอบสวนพบว่า ผู้ตายบ่นว่า มีปัญหาหนักอก แต่บอกใครไม่ได้ เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ก่อนเสียชีวิต 1 วัน โจ้ก็ไปที่สภากาชาด เพื่อขอเปลี่ยนที่อยู่มาเป็นที่แมนชั่นที่เกิดเหตุ เนื่องจากเคยบริจาคอวัยวะไว้ และเงินสด 2 หมื่นบาทของผู้ตาย ก็ยังอยู่ในห้องพัก" พล.ต.ต.จงรัก กล่าว

พล.ต.ต.จงรัก กล่าวว่า สำหรับเพื่อนชื่อเป้ที่มาส่งโจ้ที่แมนชั่น ก่อนที่โจ้จะเสียชีวิตนั้น ยามของแมนชั่น ยืนยันว่ากลับไปก่อนที่จะเกิดเหตุ

"ตำรวจมุ่งประเด็นไปที่การฆ่าตัวตาย โดยกำลังหาสาเหตุว่า เหตุใดโจ้จึงตัดสินใจเช่นนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าโจ้เคยคิดเรื่องการฆ่าตัวตายมาก่อนแล้ว เพราะได้ไปแจ้งเปลี่ยนที่อยู่ที่สภากาชาดไทย ซึ่งโจ้ไปบริจาคร่างกายไว้ ตำรวจจะสืบหาความจริงต่อไป ยืนยันไม่ใช่เรื่องการพนัน หรือเรื่องยาเสพติด เพียงแต่มีการกินยากล่อมประสาทบางครั้ง" พล.ต.ต.จงรัก กล่าว

สำหรับปืนที่พบในที่เกิดเหตุเป็นปืนพกขนาด 9 มม. ยี่ห้อกล็อก ซึ่งได้ทำเรื่องขออนุญาตหรือใบ ป.4 เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 44 ออกโดยที่ว่าการอำเภอเมืองอุทัยธานี

เคยทำปืนลั่นใส่มือตัวเอง

ส่วนรายละเอียดการสอบปากคำผู้ใกล้ชิดโจ้นั้น นางวิยะดา โกมารกุล ณ นคร เจ้าของร้าน ที 29 ซึ่งเป็นร้านที่โจ้เล่นดนตรีอยู่เป็นประจำ ให้การว่าสนิทสนมกับโจ้ในฐานะรุ่นพี่ เห็นว่าโจ้มีอารมณ์ศิลปินสูงมาก อ่อนไหวง่าย แต่ไม่ติดการพนัน

"โจ้เป็นคนนิสัยดี ไม่ค่อยพูด ขี้เกรงใจ จะไม่เล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟัง สาเหตุที่ฆ่าตัวตายคิดว่าเป็นอารมณ์ชั่ววูบ เครียดเรื่องแฟน เพราะก่อนหน้านี้โจ้เคยทำปืนลั่นใส่มือตัวเองมาครั้งหนึ่งแล้ว" นางวิยะดา กล่าว

นายพิทูร พลชนะ หรือ เป้ เพื่อนที่เล่นดนตรีด้วยกันที่ร้านที 29 และเป็นผู้ไปส่งโจ้ที่แมนชั่น ก่อนที่โจ้จะเสียชีวิต กล่าวว่า คืนเกิดเหตุหลังเลิกเล่นดนตรีที่ร้าน ก็ได้ขับรถไปส่งโจ้ที่ห้องพัก และดื่มเหล้าในห้องพักด้วยกัน จนถึงเวลา 03.00 น. ก็ขอตัวกลับบ้านก่อน โดยไม่ได้ช่วยเก็บแก้ว และขวดเหล้า แต่หลังจากโจ้เสียชีวิตไปแล้ว ได้ไปดูที่ห้องพักอีกครั้งพบว่า แก้ว และขวดเหล้าถูกเก็บเรียบร้อยแล้ว

"เมื่อเป็นอย่างนี้ก็แปลว่าโจ้เก็บข้าวของก่อนที่จะเสียชีวิต ก็น่าสงสัยว่า คนที่คิดฆ่าตัวตายจะมานั่งเก็บกวาดของในห้องหรือ" นายพิทูร ตั้งข้อสังเกต

น.ส.วารีทิพย์ สาตะมาล แฟนสาวของโจ้ ให้การกับตำรวจว่า โจ้โทรศัพท์ไปหาเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น.กว่าๆ บอกว่า เป้มากินเหล้าด้วย แต่ตนก็ไม่ได้สนใจอะไร

ด้านนายสำรวย สาลี ซึ่งพบศพโจ้เป็นคนแรกให้การว่า ปกติจะมีผู้หญิงขับรถเก๋งยี่ห้อเบนซ์สีครีมมาส่งโจ้ บางคืนก็นอนค้าง บางคืนมาส่งแล้วกลับไป เมื่อคืนก่อนเกิดเหตุเห็นโจ้กับเพื่อนผู้ชายเดินเข้าลิฟต์ จากนั้นอีกประมาณ 20 นาที เพื่อนก็ลงลิฟต์แล้วขับรถออกไป อีก 5 นาทีถัดจากนั้นตนได้ขึ้นไปตรวจตราความเรียบร้อย และพบศพโจ้ในลิฟต์จึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

เพื่อนเผยทำงานหนักไม่มีเวลาออกเทป

ด้าน นายพลกฤษณ์ วิริยานุภาพ มือกีตาร์วง "พอส" กล่าวว่า พบกับโจ้ ครั้งสุดท้ายเมื่อคืนวันที่ 18 ก.พ. โดยไปหาที่แมนชั่น แต่โจ้บอกว่าต้องออกไปร้องเพลง จึงไม่ได้คุยอะไรกันมาก

นายพลกฤษณ์ กล่าวอีกว่า เมื่อวันเกิดเหตุไม่ได้พบโจ้ มีเพียงโทรศัพท์คุยกันช่วงเวลาประมาณ 24.00 น.เรื่องที่คุยก็เรื่องปกติ แต่โจ้พูดแบบเซ็งๆ เรื่องที่จะต้องออกไปร้องเพลงอีก ต้องทำงานทั้งๆ ที่เป็นวันหยุด เรื่องร้องเพลงเคยพูดว่าต้องการจะหยุด แต่หยุดไม่ได้ ซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไมถึงจะหยุดร้องไม่ได้

เพื่อนสนิทของโจ้เปิดเผยว่า ปกติโจ้จะเล่นดนตรีที่ร้านที 29 ทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ แต่บางครั้งเมื่อนักร้องวงอื่นลาหยุด โจ้ก็ต้องรับหน้าที่แทน ประกอบกับตนได้ชักชวนโจ้มารวมวงเพื่อออกผลงานเพลงชุดใหม่ ซึ่งโจ้ก็กระตือรือร้นมากเนื่องจากไม่ได้มีผลงานใหม่มานานแล้ว แต่ยังติดขัดที่งานประจำ

"ผมเชื่อว่าโจ้เครียดเรื่องงานมากกว่า ผมรู้ดีว่าเรื่องพนันบอลโจ้เลิกนานแล้ว เรื่องแฟนก็รักกันดี เรื่องยาเสพติดไม่มี ยาที่ใช้เป็นยาคลายเครียด และใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ ปัญหาเรื่องเงินก็ไม่มี" เพื่อนสนิทของโจ้ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเคลื่อนย้ายศพไปแล้ว ทางแมนชั่นได้ปิดใช้ลิฟต์ตัวที่พบศพโจ้ไว้ก่อน โดยมีเจ้าหน้าที่ของแมนชั่นนำน้ำยาดับกลิ่นไปฉีดในลิฟต์ เพื่อดับกลิ่นคาวเลือด ขณะที่พ่อค้าแม่ค้ารอบๆ แมนชั่นต่างจับกลุ่มวิจารณ์เรื่องนี้

นางเบญมาศ หลิ่มสืบ เจ้าของร้านซักรีดที่อยู่ชั้นล่างของแมนชั่น กล่าวว่า โจ้เป็นลูกค้าประจำของร้าน โดยจะนำเสื้อผ้ามาส่งให้ซักทุกสัปดาห์ ซึ่งเมื่อวันที่ 19 ก.พ.โจ้ลงมารับเสื้อผ้า และยังซื้อขนมมาฝากลูกชายของตนด้วย ทั้งที่ปกติโจ้ไม่เคยทำเช่นนี้มาก่อน

ตำรวจสรุปผิดหวังรักร่วมเพศ

สำหรับศพของโจ้ ถูกนำไปชันสูตรที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดย รศ.น.พ.วิรัติ พาณิชย์พงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ชันสูตรพลิกศพ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้รายงานผลการชันสูตรศพเบื้องต้นว่า แพทย์ใช้เวลาชันสูตร 2 ชั่วโมง โดยดูรายละเอียดทั้งตัว ยืนยันว่าผู้ตายเสียชีวิตจากกระสุนปืน ส่วนรายละเอียดในเรื่องของวิถีกระสุนและเขม่าปืนจะต้องรอรายละเอียดจากพนักงานสอบสวน ซึ่งขณะนี้ได้ส่งทีมแพทย์ไปทำงานร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐานเรียบร้อยแล้ว แต่พอจะบอกคร่าวๆ ได้ว่า กระสุนทะลุออกจากศีรษะ ในเรื่องของบาดแผลตามร่างกายนอกเหนือจากนี้ เท่าที่ชันสูตรก็ไม่พบ

ส่วนเรื่องยากล่อมประสาท หรือยาแก้เครียดนั้น รศ.น.พ.วิรัติ กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดว่าผู้ตายใช้ยาหรือไม่ เนื่องจากการตรวจเรื่องของเคมีต้องใช้เวลา โดยจะต้องนำปัสสาวะและเลือดไปตรวจอีกครั้ง ใช้เวลาในการตรวจไม่เกิน 7 วัน

สำหรับเรื่องที่โจ้ บริจาคร่างกายไว้กับสภากาชาดนั้น รศ.น.พ.วิรัติ กล่าวว่า ลักษณะการตายที่ผิดธรรมชาติแบบนี้นำศพไปใช้ในการเรียนการสอนไม่ได้ จึงได้มอบศพให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.40 น. น.ส.สุภาภร เหลืองบริบูรณ์ น้องสาวนักร้องหนุ่ม พร้อมด้วย น.ส.วารีทิพย์ แฟนสาว ได้เดินทางมารับศพโจ้ไปบำเพ็ญกุศลที่วัดทุ่งแก้ว อ.เมือง จ.อุทัยธานี

ศพของโจ้ถูกนำถึงวัดเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. โดยศพได้รับการแต่งตัวด้วยชุดสูตรสากลสีเทา คลุมด้วยผ้าสีขาวและทันทีที่ศพมาถึงพ่อแม่และญาติพี่น้องได้กรูกันเข้าไปดู และพากันร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ โดยเฉพาะน.ส.สุภาภร หรือน้องแจง น้องสาวโจ้ถึงกับเป็นลมล้มพับ ญาติต้องรีบปฐมพยาบาล จากนั้นจึงได้ร่วมกันอาบน้ำศพแล้วจึงบรรจุในหีบศพ ซึ่งเป็นโลงทองประดับประดาด้วยดอกไม้สด สีสันต่างๆ อย่างสวยงาม

พล.ต.ต.ไพบูลย์ อาริยวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ผบก.น.5) กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายกับเพื่อนชายที่มีพยานเห็นก่อนเกิดเหตุมีความสัมพันธ์กันแบบรักร่วมเพศ ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่มีปากเสียงกันเนื่องจากเพื่อนชายคนดังกล่าวจะตีจากไปหาผู้หญิง

ผบก.น.5 กล่าวต่อว่า หลังมีปากเสียงกันแล้วเพื่อนชายของโจ้ ได้ลงมาชั้นล่างขับรถออกไป ขณะที่โจ้วิ่งตามลงมาแต่ไม่ทัน จึงย้อนกลับไปข้างบนและยิงตัวตาย

พ่อโจ้บอกลูกชายเคยถูกข่มขู่

นายสกล เหลืองบริบูรณ์ อายุ 57 ปี พ่อของโจ้ กล่าวว่า ก่อนที่โจ้จะเสียชีวิต 1 วัน ตนกับแม่ของโจ้ ได้ไปเยี่ยมที่แมนชั่น โจ้ก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง เพียงแต่พูดเปรยว่า "เดี๋ยวนี้มีคนมาพูดจาแขวะหลายครั้ง ทำให้อารมณ์ร้อนอยู่บ่อยๆ"

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของนักร้องหนุ่มที่ตำรวจระบุว่าเป็นการฆ่าตัวตายนั้น นายสากล ไม่เชื่อว่าลูกจะยิงตัวตาย เพราะโจ้พูดอยู่เสมอว่าเกิดมาชาตินี้จะมีปัญหาอะไรก็แล้วแต่ จะไม่ฆ่าตัวตายอย่างเด็ดขาด

พ่อของโจ้ กล่าวอีกว่าสำหรับเรื่องชู้สาวนั้น ไม่แน่ใจ ทราบแต่ว่ามีสาวไฮโซ เป็นลูกสาวของคนในวงตระกูลชั้นสูงมาคบหาอยู่ด้วย โดยฝ่ายหญิงจะมาหาโจ้เป็นประจำ ทราบว่าช่วงเย็นก่อนวันเกิดเหตุแฟนของโจ้ มาหาที่แมนชั่น "อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้หญิงคนนี้ โจ้บอกผมบ่อยๆ ว่าไม่มีความเป็นไปได้ เพราะฐานะต่างกับลิบลับ ต้องมีความเจียมตัว เพราะพ่อแม่ของตัวเองมีอาชีพขายลอตเตอรี่ในตัวตลาดเมืองอุทัยธานีเท่านั้น" นายสกล กล่าว

ด้านนายนราเทพ มาแสง มือเบสวง "พอส" กล่าวว่ารู้จักกับโจ้มา 7-8 ปี เวลาไปเล่นดนตรีต่างจังหวัดก็นอนห้องเดียวกับโจ้มาตลอด จึงทราบดีว่าเรื่องที่ว่าโจ้มีรสนิยมรักร่วมเพศนั้นไม่เป็นความจริง อีกทั้งโจ้ก็มีแฟนอยู่แล้ว

"ที่ว่าโจ้ฆ่าตัวตายเพราะผิดหวังเรื่องรักร่วมเพศ ผมว่าเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นมากกว่า ถ้ารักร่วมเพศจริงเขาคงจะชอบกับผมไปนานแล้ว โจ้ไม่เคยมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศมาก่อนเลย ญาติพี่น้องก็ยืนยันได้ว่าโจ้เป็นผู้ชาย 100 เปอร์เซ็นต์" นายนราเทพกล่าว

Thu, 21 Feb 2002 15:53:27 -   kom

[16] กูว่าข่าวแม่งมั่วโคตรว่ะ
รอสองสามวันแล้วค่อยอ่านอีกทีดีกว่า -_-'
Fri, 22 Feb 2002 00:07:44 -   bact'

[17] พล.ต.ต.จงรัก จุฑานนท์ (ไม่รู้ยศถูกรึเปล่า) บอกว่าที่ปืนมันไปตกอยู่ฝั่งซ้ายเป็นเรื่องปกติ เพราะหลังจากยิงแล้วปืนจะกระเด็นแรงมาก แต่จะว่าไปก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีว่าพี่โจ้จะฆ่าตัวตาย เค้าไม่น่าจะทำอย่างนั้น คนร้ายอาจจะใส่ถุงมือเลยอาจไม่พบเขม่าดินปืน แล้วก็ไม่รู้ทำไมต้องตายในลิฟท์ ทั้งๆที่ตอนที่ลงมาส่งเป้ก็ไม่ได้ถือปืนลงมา แสดงว่าหลังจากส่งเป้เสร็จแล้วก็กลับไปหยิบปืนในห้องแล้วมาที่ลิฟท์เพื่อจะฆ่าตัวตายงั้นเหรอ แปลกๆ นะ ถ้าโคนันมีชีวิตอยู่จริงก็ดีสินะ จะได้ช่วยไขคดีนี้ได้ เพราะหลายคดีในเรื่องโคนันที่ผู้ร้ายจัดฉากให้ดูเหมือนเป็นการฆ่าตัวตายก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมตำรวจไทยชอบสรุปอะไรง่ายๆ เหมือนจะมีหลายๆ อย่างที่ตะงิดๆว่ามันไม่น่าจะเป็นการฆ่าตัวตายอ่ะ ไม่รู้คิดมากไปเองรึเปล่า
Sat, 23 Feb 2002 22:50:03 -   RD

[18] เราว่าไม่ใช่ฆ่าตัวตาย เราว่ารูปคดีมันแปลกโคตรๆเลย ทำไมต้องฆ่าตัวตายในลิฟท์.. ตอนที่ยิงปืนที่มือ พี่โจ้เอาหมอนบังก่อนแล้วค่อยยิง เพราะเค้าเกรงใจไม่อยากให้ห้องข้างๆได้ยิน แต่มาฆ่าตัวตายในลิฟท์เนี่ย คือ..พี่เค้าจะกะให้คนเห็น (แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าใช้ลิฟท์) หรือไงอ่ะ.. แต่ละอันแปลกมากๆ นอกจากจะต้องการโคนันแล้ว เรายังต้องการคินดะอิจิอีกด้วย
Mon, 25 Feb 2002 00:24:54 -   ~tardes~

[19] แต่อะไรๆ ก็คงแก้ไขไม่ได้แล้วล่ะ ก็คงต้องเป็นไปตามที่ตำรวจสรุป คนร้ายก็ลอยนวลไป เมื่อวานก็เผาพี่โจ้ไปแล้ว เห้อ... เสียดายคนดีๆที่จากไปจัง ฟังเพลงพี่โจ้ทีไรก็คิดถึงพี่เค้าทุกที
ปล.พี่โจ้ไม่ได้ฆ่าตัวตาย เราก็เชื่อว่าอย่างนั้น
Mon, 25 Feb 2002 01:14:45 -   RD

[20] กลางดึกวันสุข ศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 2544 นั่งคุยกับพี่โจ้ ที่ร้าน T29 By Viyada ขั้น 4 โรงแรม Zenith

NEWS : พี่โจ้วางแผนสำหรับอนาคตไว้ยังไง จะร้องเพลงไปจนถึงเมื่อไร แล้วถ้าไม่ร้องเพลงแล้วจะไปทำอะไร?
พี่โจ้ : ไม่มีแผนหรอก อ้อ..เก็บตังค์ฮะ ก็คงจะค้าขาย

NEWS : ที่กรุงเทพ หรือบ้านที่ต่างจังหวัด ?
พี่โจ้ : ที่อยากทำคือ อยากทำที่บ้านที่อุทัยธานี เพราะว่าพ่อกับแม่ก็อยู่ที่บ้าน แต่ก็ยังไม่แน่หรอกฮะ ยังไม่รู้ว่าจะเลิกร้องเพลงเมื่อไรเลย นานไม่นานไม่รู้นะ ยังไม่รู้น่ะ ไม่รู้จริง ๆ

NEWS : พี่โจ้ชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เมื่อไร ?
พี่โจ้ : ก็เมื่อเด็ก ๆ แล้วพี่ร้องมาตั้งแต่เด็ก ๆ

NEWS : มีอาจารย์ที่เคยสอนพี่โจ้เค้าบอกว่าพี่โจ้ขี้อาย
พี่โจ้ : อาจารย์…ไม่ขี้อาย ขี้อายเหรอ ไม่…ก็ไม่ถึงกับขี้อาย ไม่ขี้อายมาก แต่ว่าคือเด็กเรียบร้อย ไม่ได้แก่นหรือว่าซนอะไรเงี้ย กีฬงกีฬาอะไรก็ไม่ค่อยได้เล่น ปกติเพื่อน ๆ เค้าจะแบบว่า โอ้โห…เตะบอล หรือว่าเล่นกีฬาอะไรกัน เราก็จะเป็นแผนกนั่งดูตัวเล็ก ๆ ไม่ค่อยได้เล่นอะไรมาก

NEWS : ตอนเด็กๆพี่โจ้ชอบร้องเพลงอยู่แล้วเหรอ ?
พี่โจ้ : ก็ร้อง…ร้องเรื่อย ๆ แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าร้องเพลงที่ไหนอะไรบ้าง แม่ยังไม่รู้เลย

NEWS : พี่คิดว่าตัวเองเป็นคนร้องเพลงเพราะม่ะ ?
พี่โจ้ : ไม่อ่ะ คือว่าร้องได้ รู้ว่าร้องได้ แต่ไม่รู้ว่า…อื่ม…เค้าบอกว่าพี่ร้องเพลงเพราะ พี่ร้องเพลงเพราะเหรอ???

NEWS : อื่ม..หึหึ เพราะมากกกกก ทุกคนบอกว่าพี่โจ้ร้องเพลงเพราะ เสียงพี่โจ้มีเอกลักษณ์ ร้องเพราะมาก(ขอย้ำ)
พี่โจ้ : ขอบคุณครับ ขอบคุณมาก พ่อ แม่ยังไม่รู้เลยจนมาออกเทป ออกเทปเหรอ ทำอะไร มาออกเทปทำไม ตกใจ ประกวดเหรอ ประกวดทำไม มีความสามารถทางนี้ด้วยเหรอ

NEWS : แล้วพวกเครื่องดนตรีอย่างอื่นพี่โจ้เล่นอะไรบ้าง ?
พี่โจ้ : เล่นกีตาร์ได้ คือว่าเล่นอยู่บ้านได้ แต่ว่าให้เล่น on stage บนเวทีเนี่ยเล่นไม่ได้ มันต้องเก่งกว่านี้ ถ้าเล่นบนเวทีมันต้องเก่งขั้นหนึ่งอีกระดับหนึ่ง หรือสองสามระดับเลยด้วยซ้ำ

NEWS : พี่โจ้แต่งเพลงอะไรไว้บ้างหรือเปล่าสำหรับงานชุดใหม่ ?
พี่โจ้ : ชุดต่อไปหรือ ไม่ได้แต่งเลยแล้วยังไม่รู้เลยว่าจะทำเมื่อไรเลย

NEWS : อ้าวพี่คนอื่น ๆ เค้าบอกว่าประมาณปีหน้าไง ?
พี่โจ้ : ก็ว่าจะเริ่ม จะเริ่ม แต่ว่ายังไม่เริ่มเลย พี่ก็ยังไม่ได้คิดอะไร ช่วงนี้สมองมันว่าง ๆ ไม่มีปรัชญาชีวิต ไม่มีอะไรเข้ามาในหัวเท่าไร ตอนนี้มีชีวิตแบบเรื่อย ๆ ก็เลยไม่มีอะไรนะ เค้าเรียกอะไรนะ…อืม…ไอ้หัวเรื่องที่จะเอาไปเขียนน่ะ

NEWS : คือเจอพี่โจ้ เห็นพี่โจ้ช่วงนี้รู้สึกว่าเหมือนพี่โจ้มีอะไรคิดอยู่เรื่อย ๆ คือแบบว่าไงล่ะ ดูจริงจังกับชีวิตจังเลย
พี่โจ้ : ก็โตขึ้นนะ ตอนนั้นยังอายุ23 24 25 พึ่งเรียนจบมันไฟแรง มีเวลาที่จะทำอะไรในวัย 20 ตั้งเยอะตั้งแยะ ตอนนี้พี่อายุมากขึ้นจะสามสิบปีนี้ล่ะ ใช่ม่ะ ทุกอย่างก็คิดแล้วว่า นี่เราได้สิ่งที่เราหามาหรือยัง ได้มาแล้วหรือเปล่าได้มาแล้วเหรอ ได้มาแล้ว พอหรือยัง หรือจะทำต่อดี …หึ่ย…อย่างนี้ มีอะไรอย่างอื่นที่เราต้องทำอีกหรือเปล่า อย่างตอนเด็ก ๆ ฝันว่าอยากเป็นวิศวกรหรือเปล่า ต้องกลับไปทำมั๊ยตอนนี้ กลับไปยังทันไหมคิดอะไรไปเรื่อยเรื่องพวกนี้ เกี่ยวกับอนาคตที่ต้องดูแลตัวเอง ในการร้องเพลงแน่นอนมันก็มีความสุขดีอยู่ทุกวัน ๆ แต่บางทีมันก็ โบราณเค้าว่าไว้ก็มีส่วนถูกต้องอยู่บ้าง เป็นอาชีพที่ไม่ค่อย..อืม..อะไรนะฮะ..เป็นหลักฐานได้มากนัก เป็นรายได้ประจำที่มันแน่นอน อาจจะมีบางคนบางท่านหลุดวงโคจรนี้ไปแล้ว สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้นี่ก็มี พี่ไม่เถียง แต่ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วจะแพ้ใจตัวเอง พี่อยู่ในช่วงทดสอบอยู่ ว่าจะรอดไหม ในการเล่นดนตรีเนี่ย จะต้องมีความเข้มแข็งมากเลย หรือแบบตั้งเป้าหมายในชีวิต ชีวิตพี่จะไม่เป็นหลักเป็นฐานอะไรมาก ชีวิตร่อนเร่ไปทั่วประเทศไทยปี ๆ นึง อะไรเงี้ย…ก็อืม รถไฟเรือเมล์ลิเกตำรวจ โบราณเค้าว่าไว้

NEWS : อืม…แล้วทางวิศวะที่เรียนมาล่ะ ?
พี่โจ้ : นี่หล่ะก็คงต้องตัดล่ะ ก็เสียดายเหมือนกันนะ เสียดายเหมือนกัน แต่อายุเท่านี้แล้วนะจะไปเริ่มใหม่ แต่พี่ก็ทำงานอดิเรก แต่ว่างานอดิเรกของพวกวิศวะต้องใช้เงินพอสมควรที่จะต้องซื้อเครื่องมือเครื่องวัดได้ครบมาทำงานอดิเรกพวกนี้ได้ต้องใช้เงินเป็นหมื่นเป็นแสนเหมือนกัน

NEWS : ทำรับเหมาก่อสร้างดิพี่
พี่โจ้ : ก็เจ๊งฮะ เจ๊ง อย่างพี่ไม่ได้หรอก ก็คงต้องเก็บไว้เป็นงานอดิเรก หึหึ…จะไปประมูลรับเหมาเนี่ย อย่างพี่นี่มัน…มันกลายเป็นคนสองโลกไปแล้ว โลกหนึ่งจะอยู่ในโลกของนักดนตรี ที่มันจะมีจินตนาการหน่อยใช่ม่ะ อีกโลกหนึ่งต้องไปอยู่ในโลกของฟิสิกส์ ของตัวเลข ของทางวิทยาศาสตร์ใช่ม่ะ ต้องมีเหตุผล ถ้าเราไปดูตึก ตึกหนึ่งเนี่ย หรือต้องสร้างตึกตึกหนึ่ง หรือต้องออกแบบไฟฟ้าเนี่ย เดี๋ยวมันจะจินตนาการมากไปในโลกของความเป็นจริงเนี่ย มันไม่ต้องใช่อะไรพวกนั้น มันไม่ต้องการจินตนาการอะไรมากมาย มากนัก ..หึหึ คงจะต้องพัง ตึกคงจะไฟไหม้น่าดู

NEWS : ก่อนที่พี่โจ้จะร้องเพลงอะไร อย่างที่ร้องประจำอยู่ตอนนี้ต้องมาหัดร้องก่อนหรือเปล่า ?
พี่โจ้ : ไม่ฮะ…ถ้าเป็นเพลงของเราเอง ถ้าร้องที่ร้านจะเป็นเพลงที่พี่ร้องได้อยู่แล้ว แล้วก็เป็นเพลงที่พี่ชอบ มันจะประหยัดเวลาซ้อม ดนตรีมันมีเยอะพี่จะไม่มีเวลามานั่งแกะที่ยากมาก ๆ แล้วก็เพลงที่ยากมาก ๆ ก็จะใช้ในโอกาสทั่ว ๆ ไปได้ยากเหมือนกัน อย่างเพลงที่พี่ใช้อยู่น่ะก็ร้องได้เรื่อย ๆ

NEWS : แล้วตอนนี้งานประจำของพี่โจ้ คือที่ร้านพี่ตุ๊ก
พี่โจ้ : ที่เดียวเลยร้านพี่ตุ๊ก คือจะไม่ค่อยได้รับงานที่เป็นคนเดียวมากละ อยู่กับวงมันส์ดี

NEWS : มีน้อง ๆ เขาสงสัยว่าพี่โจ้จะออกอัลบั้มลูกทุ่งหรือเปล่า ?
พี่โจ้ : ไม่ฮะ ไม่มี เขาคงไปได้ยินพี่ร้องเพลงลูกทุ่งที่ไหนมา
NEWS : มีอะไรจะฝากถึงน้อง ๆ แฟนคลับหรือเปล่า
พี่โจ้ : อืม…ก็มีอะไรก็ถามเข้ามา ก็จะพยายามหาทางติดต่อให้

NEWS : แล้วเมื่อไรพี่โจ้จะเข้าไปดูใน web site บ้างล่ะ ?
พี่โจ้ : ก็จนกว่าพี่จะซื้อคอมพิวเตอร์ละกันนะ…ยังไม่มีเลย เป็นนักศึกษาชาววิทยาศาสตร์ที่ห่วยมากในเรื่องคอมพิวเตอร์

จบการคุยกึ่งสัมภาษณ์อย่างคร่าวๆ เพราะพี่โจ้ต้องกลับไปร้องเพลงต่อ

ปล. เอามาจาก www.pausefanclub.com
คิดถึงพี่โจ้จัง ไม่มีโอกาสได้ฟังเพลงชุดใหม่ของพี่เค้าแล้ว
Mon, 25 Feb 2002 02:22:55 -   RD

[21] ลองไปฟัง if สิ
เพลงสุดท้ายที่ร้องเอาไว้

ก็มีอยู่ใน website นิ
Mon, 25 Feb 2002 02:49:36 -   xonez

[22] ปืนแรงก็รู้นะ แต่มันกระเด็นไกลแบบนี้เลยเหรอวะ glock มันจัดเป็น heavy pistol นะโว้ย อย่าง glock17 เนี่ย น้ำหนักปืนไม่รวมแมกกาซีนก็ปาเข้าไป 0.6xx กิโลแล้ว และมันจะแรงขนาดยิงแล้วกระเด้งถอยหลังไปชนผนังลิฟท์ด้านขวาพี่โจ้ กระเด็นมาอยู่ที่เท้าซ้ายพี่โจ้เลยเหรอวะ...
Tue, 26 Feb 2002 07:58:57 -   

[23]
ปิดคดีโจ้ ตร.ฟันธงแล้ว ฆ่าตัวตาย

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ภาพประกอบ จากอัลบั้ม PAUSE Rewind
ความตายของ "โจ้-อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์" นักร้องนำวงพอส วัย 30 ปีเศษ เจ้าของเพลงดัง"ที่ว่าง" ที่พบเป็นศพในสภาพมีบาดแผลถูกยิงจ่อขมับขวาด้วยปืนกล็อกขนาด 9 มม. คาลิฟต์ซีวันแมนชั่นซอยสุขุมวิท 50 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. เมื่อตี 3 วันที่ 20 ก.พ. ท่ามกลางความเคลือบแคลงถึงสาเหตุการเสียชีวิต ว่าเกิดจากการจงใจปลิดชีพตัวเองด้วยเรื่องใด ขณะที่บิดาของผู้ตายยังไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบด่วนสรุปสาเหตุว่าเป็นการเจตนาฆ่าตัวตาย เพราะยังติดใจสงสัยเรื่องผู้ตายถูกคนข่มขู่จากการทวงหนี้เงินยืมนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของศิลปินเพลงป๊อปร็อก "โจ้ วงพอส" เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ก.พ. ว่า พล.ต.ต.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบช.น. ให้สัมภาษณ์ว่า เพิ่งได้รับผลการตรวจคราบเขม่าดินปืนในมือของนายอัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์ จากกองพิสูจน์หลักฐานที่ระบุว่าพบเขม่าดินปืนที่มือขวาของโจ้

แสดงว่าโจ้ใช้มือขวาจับปืนยิงที่ขมับด้านขวาจริงนอกจากนั้นผลการตรวจพิสูจน์หัวกระสุนปืนที่ได้จากที่เกิดเหตุ ยืนยันได้ว่ายิงจากอาวุธปืนกล็อกของกลางที่เป็นของโจ้จริงเช่นกัน จึงถือว่าได้หลักฐานทางวิทยาการสอดคล้องกันเชื่อได้ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ส่วนการตรวจหาเขม่าดินปืนในมือของนายภิทรู พลชนะ หรือ "เป้" มือคีย์บอร์ดวงพอส เพื่อนของโจ้ ไม่พบเขม่าดินปืน จึงเป็นอันสิ้นสุดข้อสงสัยที่ว่าเป้อยู่กับโจ้เป็นคนสุดท้าย จึงถือได้ว่าเป้เป็นผู้บริสุทธิ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าประเด็นในเรื่องฆาตกรรมสามารถตัดทิ้งไปเลยใช่หรือไม่ พล.ต.ต.จงรักตอบว่า ในชั้นนี้สามารถตัดทิ้งไปได้ เพราะในเมื่อพิสูจน์ได้ว่าโจ้ซึ่งถนัดมือขวาได้ใช้มือขวาถืออาวุธปืนของตนเองแล้วยิงที่ขมับขวาของตัวเอง หลักฐานทางวิทยาการในเรื่องการตรวจหาคราบเขม่าดินปืน การตรวจหัวกระสุน ออกมาสอดคล้องต้องกัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นการฆาตกรรม

เว้นแต่จะสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีคนร้ายถือปืนจ้องบังคับให้โจ้ยิงตัวตาย ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น โจ้ยังถือปืนอยู่ในมือสามารถจะต่อสู้คนร้ายได้ หรือถ้ามีคนร้ายใช้มือจับมือของโจ้แล้วใช้กำลังบังคับ ให้เอาปืนจ่อขมับตัวเองแล้วยิงตัวเองก็เป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นมือของโจ้ก็จะไม่มีเขม่าดินปืน เพราะมือของคนร้ายกุมมือของโจ้อยู่ แต่จะมีเขม่าที่มือคนร้าย กรณีเช่นนี้ย่อมจะต้องมีการต่อสู้ขัดขืนยื้อกันไปมา ซึ่งจะต้องมีร่องรอยการต่อสู้และจะต้องมีการส่งเสียงดัง แต่นี่ไม่มีหลักฐานในเรื่องนี้เลย

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จะสามารถสรุปสำนวนได้เมื่อใด พล.ต.ต.จงรักตอบว่า จะต้องรอผลการตรวจที่เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการก่อน รวมทั้งการสอบสวนนักดนตรีที่เป็นเพื่อนของโจ้ทุกคนในวง และผู้ใกล้ชิดอื่นๆเพื่อจะได้ทราบถึงเหตุผลที่โจ้ยิงตัวตาย แต่ถึงแม้จะไม่ทราบก็ไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะในทางการสอบสวนเพียงแต่สอบสวนให้ทราบว่าเป็นเรื่องฆาตกรรมหรือฆ่าตัวตายก็เพียงพอแล้ว

เพราะเหตุผลที่ผู้ตายฆ่าตัวตายนั้นเป็นเรื่องภายในใจ บางคนก็เขียนจดหมายลาตายระบายความในใจไว้ บางคนก็ไม่ได้บอกใคร เก็บกดไว้ในใจ จึงเป็นเรื่องที่ต้องสันนิษฐานกันไป สำหรับกรณีของโจ้ปรากฏว่าเคยบ่นกับเพื่อนว่ามีปัญหาหนักอกที่บอกใครไม่ได้ ซึ่งปัญหานี้ตนเชื่อว่าจะต้องไม่ใช่ปัญหาทั่วๆไปอย่างแน่นอน ถ้าเป็นเรื่องการพนันถือว่าเป็นเรื่องทั่วไป ถ้าเป็นหนี้สินก็ต้องระบายให้เพื่อนฝูงฟังบ้าง แต่นี่ไม่เคยพูดเลยแสดงว่าปัญหานี้หนักอกจริงๆ ตนสันนิษฐานว่าเป็นเรื่องความรักที่ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้ นอกจากตัวเองเท่านั้น

ต่อคำถามว่า จะต้องเรียก "ก้อย" แฟนเก่าของโจ้มาสอบปากคำด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.จงรักตอบว่า คงไม่จำเป็น เนื่องจากผลพิสูจน์ออกมาแล้วว่าโจ้ยิงตัวตายเอง จะมาจากสาเหตุใดไม่ใช่หน้าที่ของพนักงานสอบสวน ซึ่งพอจะทราบว่ามาจากเรื่องความรัก รายละเอียดเป็นอย่างไรคงไม่ต้องสอบลึกถึงขนาดนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับหญิงสาวที่ชื่อก้อย ซึ่งถูกระบุว่าเป็นแฟนเก่าของโจ้ ทำงานอยู่แผนกต้อนรับโรงแรมแลนด์มาร์ค สุขุมวิท ปรากฏว่าได้ขอลาหยุดพักร้อนโดยไม่มีใครทราบว่าไปอยู่ที่ใด
Thu, 28 Feb 2002 13:30:16 -   kom

Please login to reply.


Click here to login.

 digiboard 0.42 by digitalboom.org since 2001, NOT.SIIT.NET